2026-06-08T03:42:03+00:00 iaa LPN บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) จับตา LPN กับความท้าทายรอบด้าน หลังโบรกฯ มองแนวโน้มผลงานยังไม่ฟื้น ไฮไลท์สำคัญ: พลิกกลยุทธ์สู่ความมั่นคงทางการเงิน LPN เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2569 โดยปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่จากการเน้นเปิดโครงการใหม่ มาเป็นการเร่งระบายสินค้าคงคลัง (Inventory) ที่มีอายุเกิน 3 ปี และลดภาระหนี้สินอย่างจริงจัง ส่งผลให้สถานะทางการเงินแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยมี D/E Ratio ลดลงเหลือต่ำกว่า 1.0 (อยู่ที่ 0.99) สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว "LPN ปรับตัวจากผู้พัฒนาที่เน้นเปิดโครงการใหม่ สู่การเป็นผู้บริหารสินค้าคงคลังอย่างมีประสิทธิภาพและลดภาระหนี้สินอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก" เจาะลึกผลประกอบการ: รายได้โตสวนกระแสเศรษฐกิจ ในไตรมาส 1/2569 บริษัทมี รายได้รวมเพิ่มขึ้น 12% (YoY) และสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้สำเร็จ โดยได้รับแรงหนุนจากการส่งมอบโครงการใหม่ครบถ้วนและการเร่งระบายสินค้าพร้อมอยู่ (Ready-to-move-in) ซึ่งทำยอดโอนได้ถึง 670–700 ล้านบาท ส่งผลให้ Transfer Revenue อยู่ที่ 1,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% (YoY) อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) อยู่ที่ 17.6% ซึ่งเป็นผลจากการใช้กลยุทธ์ลดราคาเพื่อเร่งระบายสต็อกเก่า โดยสามารถเคลียร์สินค้าที่อายุเกิน 3 ปีได้มากกว่า 90% ในโครงการลุมพินีพาร์ค บางวัน และโครงการหนึ่งหกแปดปีเก้า ข้อสังเกต: ความท้าทายจากกำลังซื้อและอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ แม้บริษัทจะทำผลงานได้ตามเป้าหมาย แต่ยังคงเผชิญกับปัจจัยลบภายนอก โดยเฉพาะ อัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) ที่ยังคงสูงถึง 45–50% ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ GDP คาดว่าจะเติบโตต่ำกว่า 2% ทำให้กำลังซื้อกลุ่มเป้าหมายระดับกลาง-ล่างชะลอตัว นอกจากนี้ยังมีแรงกดดันจากราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากผลกระทบของสงครามตะวันออกกลาง ซึ่งบริษัทต้องบริหารจัดการต้นทุนอย่างระมัดระวังควบคู่ไปกับการรักษาฐานลูกค้าผ่านบริการหลังการขายที่ตั้งเป้าเติบโต 10% สรุปภาพรวมและเป้าหมายปี 2569 LPN วางเป้าหมาย รายได้รวมปี 2569 ไว้ที่ 8,000 ล้านบาท และ ยอดโอนที่ 4,500 ล้านบาท โดยมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 3 แห่ง ได้แก่ ลุมพินีพาร์ค บางวัน, ลุมพินีพาร์ค นกพลัสเตชั่น และบ้านสามพบห้า เจษฎาราชพฤกษ์ ทั้งนี้ บริษัทยังไม่มีแผนลงทุนใหญ่ในไตรมาส 2 เนื่องจากต้องการโฟกัสที่การลดหนี้และเคลียร์สต็อกให้หมดภายในปีนี้ เพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว เจาะประเด็นร้อน (Q&A) กลยุทธ์รับมือ Rejection Rate: บริษัทใช้การให้ลูกค้าผ่อนชำระก่อนกู้ธนาคาร และบริการเช่าก่อนซื้อ (Rent-to-own) ในโครงการบ้านพรีเมียม เพื่อลดความเสี่ยงการหลุดโอน ผลกระทบเงินเฟ้อ: คาดว่าเงินเฟ้อจะกลับมาสูงขึ้นในช่วงปลายปีจากสถานการณ์สงคราม ซึ่งบริษัทเตรียมรับมือด้วยการบริหารจัดการต้นทุนวัสดุก่อสร้างอย่างรัดกุม แผนการลงทุน: ปีนี้เน้นการพัฒนาโครงการเดิมให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด มากกว่าการลงทุนโครงการใหม่ขนาดใหญ่