Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa BCH บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน)

หยวนต้าชี้ BCH ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ลุ้นฟื้นตัวครึ่งปีหลังพร้อมอานิสงส์ปรับค่าหัวประกันสังคม

ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ออกบทวิเคราะห์หุ้น BCH โดยคงคำแนะนำ “ซื้อ” และคงมูลค่าพื้นฐานไว้ที่ 11.10 บาท อิงค่า PER เฉลี่ยที่ 22 เท่า โดยมองว่าราคาหุ้นในปัจจุบันได้สะท้อนปัจจัยลบระยะสั้นไปมากแล้ว และคาดว่าผลประกอบการจะเริ่มทยอยฟื้นตัวอย่างชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 เจาะลึกสถานการณ์และแนวโน้มผลประกอบการ จากการประชุมนักวิเคราะห์ล่าสุด บริษัทประเมินว่า Q1/2569 เป็นจุดต่ำสุดของปี โดยใน Q2/2569 ผลประกอบการอาจยังอ่อนตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่จะเริ่มเห็นการฟื้นตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) จากกำลังซื้อในประเทศที่เริ่มกลับมาและการระบาดของโรคตามฤดูกาลที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตราการครองเตียงดีขึ้น รวมถึงผู้ป่วยต่างชาติกลุ่มตะวันออกกลางเริ่มกลับมาใช้บริการหลังผ่านช่วงเทศกาลถือศีลอด ทั้งนี้ บริษัทคาดการณ์รายได้ปี 2569 จะเติบโตในระดับ mid-single digit โดยมีแรงหนุนจากการขยายศูนย์เฉพาะทาง เช่น ศูนย์มะเร็งรังสีรักษาและศูนย์หัวใจ ซึ่งจะช่วยลดการส่งต่อผู้ป่วยและเพิ่มอัตรากำไรในระยะยาว ข้อสังเกตและปัจจัยบวกที่น่าจับตา นักวิเคราะห์มองว่าปัจจัยสำคัญที่จะเป็นตัวเร่งการเติบโตในช่วงครึ่งปีหลัง คือ 1) การฟื้นตัวของผู้ป่วยต่างชาติโดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลาง 2) การฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศ และ 3) โอกาสการปรับขึ้นค่าหัวประกันสังคมในช่วง Q4/2569 ซึ่งคาดว่าจะมีการปรับเพิ่มในทุกหมวดรายการเพื่อสะท้อนต้นทุนทางการแพทย์ที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังคงมีข้อควรระวังจาก แรงกดดันด้านต้นทุนที่อยู่ในระดับสูง และการฟื้นตัวของรายได้กลุ่มเงินสดที่ยังคงเป็นไปอย่างช้าๆ ซึ่งส่งผลให้ประมาณการกำไรปี 2569 อยู่ที่ 1,259 ล้านบาท (-6% YoY) สรุปภาพรวมการลงทุน แม้ผลประกอบการปีนี้จะยังเผชิญความท้าทายจากต้นทุน แต่ในระยะกลางถึงยาว BCH ยังคงมีแผนขยายศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ระยอง (คาดเปิด Q4/2570) และสุวรรณภูมิ (คาดเปิด Q1/2571) ซึ่งจะเป็นฐานสำคัญในการสร้างการเติบโตในอนาคต นักลงทุนจึงควรติดตามสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและความชัดเจนของการปรับค่าหัวประกันสังคม ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อการฟื้นตัวของกำไรในระยะถัดไป