Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa AP บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)

AP โชว์ฟอร์มแกร่งยอดขายพุ่ง โบรกฯ มองเป็นจังหวะสะสมรับการฟื้นตัวครึ่งปีหลัง

ไฮไลท์สำคัญ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AP ยังคงรักษาความแข็งแกร่งในตลาดอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างโดดเด่น โดยมียอดขาย (Presales) ในเดือนพฤษภาคมฟื้นตัวอย่างชัดเจนจากการเปิดตัวโครงการแนวราบใหม่ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ส่งผลให้โบรกเกอร์ชั้นนำอย่าง FSSIA คงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 9.50 บาท พร้อมประเมินว่ากำไรจะเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป เจาะลึกสถานการณ์การดำเนินงาน จากการวิเคราะห์ของ FSSIA ยอดขายในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2569 อยู่ในระดับที่น่าพอใจที่ 7.5-8.0 พันล้านบาท แม้เดือนเมษายนจะชะลอตัวลงจากวันหยุดยาว แต่เดือนพฤษภาคมมียอดขายพุ่งขึ้นถึง 4.9 พันล้านบาท จากการเปิดตัวโครงการแนวราบ 7 แห่ง สำหรับไตรมาส 2/2569 คาดการณ์ยอดขายรวมจะอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/2569 ที่ทำได้ 1.12 หมื่นล้านบาท โดยมีปัจจัยบวกจากการเร่งโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมใหม่ 3 โครงการที่จะเริ่มในช่วงครึ่งปีหลัง (2H26) ซึ่งจะช่วยผลักดันโมเมนตัมกำไรให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ข้อสังเกตด้านการเงินและกลยุทธ์ ในด้านสถานะทางการเงิน AP มีความแข็งแกร่งด้วยอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net D/E) อยู่ที่ 0.64 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ปลอดภัย นอกจากนี้ยังมี Backlog ในมือถึง 1.6 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 ที่ช่วยการันตีรายได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงเผชิญกับความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ให้ทรงตัวในระยะสั้น แต่ด้วยกลยุทธ์การเลือกทำเลที่มีดีมานด์สูงและมีคู่แข่งจำกัด ทำให้ AP ยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ดี สรุปภาพรวมการลงทุน FSSIA ประเมินกำไรสุทธิปี 2569 ไว้ที่ 4.5 พันล้านบาท (+4% YoY) โดยมองว่าราคาหุ้นปัจจุบันมีความน่าสนใจอย่างมาก เนื่องจากซื้อขายที่ระดับ P/E ปี 2569 เพียง 4.9 เท่า (-1.25SD) และให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงถึง 7.7% ซึ่งถือเป็นโอกาสดีสำหรับนักลงทุนที่มองหาหุ้นพื้นฐานแกร่งที่มีการเติบโตชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลัง ทั้งนี้ ราคาเป้าหมายที่ 9.50 บาท สะท้อนถึงปัจจัยพื้นฐานที่มั่นคงและการบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโอที่ยืดหยุ่นของบริษัท