Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa MTC บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์หุ้น MTC พื้นฐานแกร่งแต่ราคาถูกเกินไป จับตาโอกาสการจ่ายปันผลเพิ่ม

ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง (BLS) ออกบทวิเคราะห์หุ้น MTC (เมืองไทย แคปปิตอล) โดยมองว่าแม้ปัจจัยพื้นฐานจะแข็งแกร่งและมีแนวโน้มทำกำไรนิวไฮ แต่ราคาหุ้นปัจจุบันกลับอยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยนักวิเคราะห์คงคำแนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเป้าหมาย 46.00 บาท พร้อมชี้ประเด็นสำคัญว่าตลาดกำลังให้ความสำคัญกับผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (เงินปันผล) มากกว่าการเติบโตของกำไรเพียงอย่างเดียว เจาะลึกผลประกอบการและแนวโน้มการเติบโต บัวหลวงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2569 ของ MTC จะอยู่ที่ 7.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% YoY ทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยมีแรงหนุนจากการเติบโตของสินเชื่อ 11% YoY สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1/69 มีกำไรสุทธิ 1.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% YoY และ 2% QoQ ซึ่งคิดเป็น 24% ของประมาณการทั้งปี สะท้อนแนวโน้มการเติบโตที่ยังไปได้สวย นอกจากนี้ คุณภาพสินทรัพย์ของบริษัทปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2567 และคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากต้นทุนทางการเงินที่ลดลงในปีนี้ ข้อสังเกตด้านมูลค่าหุ้นและกลยุทธ์การเงิน ปัจจุบันหุ้น MTC ซื้อขายที่ PER ปี 2569 เพียง 7.6 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีถึง 1.8 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ PBV อยู่ที่ 1.1 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีถึง 2 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทั้งนี้ บัวหลวงวิเคราะห์ว่าหาก MTC ปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลจากปัจจุบันที่ 9% ขึ้นไปเป็น 40% (เทียบเท่าปี 2565) จะทำให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) เพิ่มขึ้นจาก 1.2% เป็น 5.2% ซึ่งจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจของหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยบริษัทมีความพร้อมทางการเงินสูงเนื่องจากมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ณ สิ้นไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 3.3 เท่า ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่ 4.5 เท่า สรุปคำแนะนำการลงทุน แม้หุ้นกลุ่มธนาคารจะปรับตัวโดดเด่นกว่าในปีนี้จากความคาดหวังเงินปันผลที่สูงถึง 6-8% แต่บัวหลวงมองว่า MTC ยังคงเป็นหุ้นที่มีศักยภาพสูง โดยปัจจัยบวกที่ต้องติดตามคือการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่ลดลง และโอกาสในการปรับนโยบายจ่ายเงินปันผลเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรระวังปัจจัยเสี่ยงเรื่องการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ล่าช้าและการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดสินเชื่อรายย่อย