Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa MAGURO บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

KGI ปรับลดราคาเป้าหมาย MAGURO รับแรงกดดันระยะสั้น แต่ยังคงคำแนะนำ Outperform

ไฮไลท์สำคัญ โบรกเกอร์ KGI ได้ออกบทวิเคราะห์ปรับลดราคาเป้าหมายของ MAGURO ลงมาอยู่ที่ 21.00 บาท จากเดิม 25.00 บาท โดยมีสาเหตุหลักจากการปรับลดประมาณการกำไรปี 2569-2570 ลง 16% และ 19% ตามลำดับ เพื่อสะท้อนถึงแรงกดดันจากอัตรากำไรที่ลดลงและต้นทุนการขยายสาขาที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม KGI ยังคงคำแนะนำ "Outperform" เนื่องจากมองว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงกว่า 20% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ได้สะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว และบริษัทมีอัตราการเติบโตของกำไร (CAGR) ที่แข็งแกร่งถึง 18% ในช่วงปี 2569-2571 ส่วนเนื้อหาการวิเคราะห์ แม้ผลประกอบการในระยะสั้นจะเผชิญความท้าทายจากยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่อ่อนตัวลงและต้นทุนการขยายสาขาที่เพิ่มขึ้น แต่ KGI คาดการณ์ว่ากำไรในไตรมาส 2/2569 จะเติบโตทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยได้รับแรงหนุนจากการขยายสาขาเชิงรุกและการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากสาขาที่เปิดไปก่อนหน้า ทั้งนี้ บริษัทมีแผนเร่งขยายสาขาในไตรมาส 3/2569 อย่างน้อย 8 แห่ง รวมถึงการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ "Kaiten Sushi Ginza Onodera" ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งจะช่วยผลักดันการเติบโตในครึ่งปีหลังให้เร่งตัวขึ้น ข้อสังเกตและปัจจัยเสี่ยง นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) มีแนวโน้มลดลงเหลือ 46.0% จากเดิมที่คาดไว้ 46.8% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการเปิดสาขาใหม่ที่สูงขึ้น รวมถึงการปรับลดสมมติฐาน SSSG ลงมาอยู่ที่ -3% จากเดิม -1% ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัว นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ยังคงอยู่ในระดับสูงจากการเตรียมเปิดสาขาใหม่จำนวนมากในปีนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ส่วนสรุปการลงทุน ในมุมมองของ KGI แม้จะมีแรงกดดันเรื่องมาร์จิ้นในระยะสั้น แต่ MAGURO ยังคงเป็นหุ้นที่มีศักยภาพการเติบโตที่น่าสนใจ โดยปัจจุบันซื้อขายที่ระดับ PEG เพียง 0.4 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ระดับ 1.0 เท่า สะท้อนว่าราคาหุ้นในปัจจุบันมีความคุ้มค่าและรับรู้ความกังวลเรื่องผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ไปแล้ว การขยายสาขาที่ต่อเนื่องและการเปิดตัวแบรนด์ใหม่จะเป็นเครื่องยนต์สำคัญที่ช่วยสนับสนุนกำไรให้เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว