2026-06-12T03:37:11+00:00 iaa DOHOME บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) จับตา DOHOME ผลงานไตรมาส 2 สดใสรับอานิสงส์สินค้าต้นทุนต่ำ ไฮไลท์สำคัญ: เร่งเครื่องขยายสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ DOHOME เผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 โดยมีรายได้รวมเติบโต +3.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แรงหนุนหลักมาจากการรุกขยายสาขาเชิงรุกรวมกว่า 11 แห่ง ทั้งสาขาขนาดใหญ่ในอีสานและกรุงเทพฯ รวมถึงสาขาในภูเก็ตและโมเดล "Do Home To Go" อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิเติบโตเพียง +2.3% เนื่องจากมีภาระค่าใช้จ่ายจากการเปิดสาขาใหม่ที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อ EBITDA ที่ปรับตัวลดลง -1.79% ในขณะที่ Same Store Sales (SSS) เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวชัดเจนตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นมา "การขยายสาขาในรูปแบบ Stand-alone ของ Do Home To Go ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มช่างและผู้ใช้บ้าน DIY ได้อย่างตรงจุด" เจาะลึกตัวเลขผลการดำเนินงาน ในด้านประสิทธิภาพการบริหารจัดการ บริษัทสามารถรักษาอัตราหมุนเวียนลูกหนี้ (AR Day) ไว้ที่ 20 วันได้อย่างคงที่ ขณะที่ระยะเวลาการชำระหนี้ (AP Day) อยู่ที่ 43 วัน และระยะเวลาการเก็บสินค้า (Inventory Day) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 171 วัน (ลดลง 9 วันจากปีก่อน) สำหรับเป้าหมายการขยายสาขาภายในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าขยายสาขาหลักให้ครบ 32 แห่ง และขยายโมเดล Do Home To Go ให้ถึง 50 แห่ง โดยเน้นการบริหารสินค้ากลุ่ม High Margin เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit) ที่เติบโต +3.9% ข้อสังเกตและปัจจัยท้าทาย แม้รายได้จะเติบโต แต่บริษัทเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในช่วงต้นปีที่กระทบต่อกลุ่ม End User อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกเริ่มปรากฏชัดจากกลุ่มลูกค้า Back Office และ POS ที่กลับมามียอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคม ทั้งนี้ ภาระค่าใช้จ่ายจากการเปิดสาขาใหม่เป็นปัจจัยกดดัน EBITDA ที่บริษัทต้องเร่งบริหารจัดการผ่านการใช้ระบบ AI เข้ามาช่วยควบคุมสต๊อกสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในระยะยาว สรุปทิศทางธุรกิจ DOHOME ยังคงมุ่งเน้นกลยุทธ์การขยายสาขาในภูมิภาคที่มีศักยภาพสูง โดยเฉพาะภาคอีสานและภาคใต้ พร้อมปรับปรุงโครงสร้างต้นทุนให้เหมาะสมผ่านการบริหารจัดการสินค้า House Brand ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 60% ในสาขาทูโก สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2 และ 3 คาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวต่อเนื่องของ SSS จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐและการฟื้นตัวของดีมานด์ในทุกภูมิภาค เจาะประเด็นร้อน (Q&A) การบริหารสต๊อก: บริษัทตั้งเป้าลด Inventory Day ลงสู่ระดับ 150–170 วัน โดยใช้ระบบ AI ช่วยบริหารจัดการสินค้า National Brand ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สาขาทูโก: ประสบความสำเร็จเกินคาด โดยเฉพาะสาขาภูเก็ต และมีสัดส่วนสินค้า House Brand สูงถึง 60% การฟื้นตัวของดีมานด์: เริ่มเห็นการฟื้นตัวชัดเจนตั้งแต่เดือนมีนาคม โดยเฉพาะกลุ่ม Back Office และ POS ส่วนกลุ่ม End User ในกรุงเทพฯ เริ่มฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป บริการรับสร้างบ้าน: ได้รับผลตอบรับดีมากจากลูกค้าที่ต้องการบริการครบวงจร โดยใช้ทีมสถาปนิกและช่างภายในบริษัทเองทั้งหมด