Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa PTTEP บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)

PTTEP เดินหน้ากลยุทธ์ลดต้นทุน ดันกำไร 2Q69 แข็งแกร่ง โบรกฯ เคาะเป้า 165 บาท

ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LHS) คงคำแนะนำ “ซื้อ” PTTEP โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 165.00 บาท ชูจุดเด่นกลยุทธ์ “GoT SAVE” ที่มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการติดตั้งแท่นหลุมผลิต (WHP) ผ่านโครงการ “the Bundled Phase 4 Project” ซึ่งร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง COOEC เพื่อควบคุมต้นทุนการผลิตในระยะยาวให้คงอยู่ที่ระดับ 30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ (USD/BOE) เจาะลึกแนวโน้มการเติบโต นักวิเคราะห์ประเมินว่าแนวโน้มกำไรใน 2Q69F จะยังคงแข็งแกร่ง แม้ราคาดูไบจะมีการย่อตัวลงจากจุดสูงสุด แต่ราคาเฉลี่ยยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) และช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยได้รับแรงหนุนจากปริมาณการขายที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 560 พันบาร์เรลต่อวัน จากโครงการในแอฟริกาและการเร่งผลิตในอ่าวไทย ประกอบกับผลกระทบจากรายการ Hedging ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับ 1Q69 ซึ่งอาจพลิกกลับมาเป็นกำไรได้ นอกจากนี้ บริษัทยังมีอัตราเงินปันผลที่น่าสนใจถึง 6.3% ข้อสังเกตและปัจจัยที่ต้องติดตาม แม้ภาพรวมการดำเนินงานจะมีประสิทธิภาพสูง แต่ยังมีปัจจัยที่นักลงทุนควรเฝ้าระวัง ได้แก่ ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้ รวมถึงความเสี่ยงด้านปริมาณการขายและราคาขายเฉลี่ยที่อาจต่ำกว่าคาดการณ์ นอกจากนี้ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นหรือการด้อยค่าของสินทรัพย์ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจกดดันกำไรสุทธิได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์การลดต้นทุนผ่านการออกแบบแท่นหลุมผลิตแบบใหม่และการนำกลับมาใช้ใหม่ (Reuse) จะเป็นเกราะป้องกันสำคัญที่ช่วยรักษาความสามารถในการแข่งขันของบริษัท บทสรุปการลงทุน โดยรวมแล้ว PTTEP ยังคงเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานแกร่งด้วยกลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพผ่านโครงการ “GoT SAVE” และการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยจากพันธมิตรอย่าง COOEC ซึ่งช่วยเสริมความมั่นคงทางพลังงานและสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว สำหรับประมาณการกำไรทั้งปี 2569 คาดว่าจะเติบโตได้ถึง 17% YoY ซึ่งจะส่งผลบวกต่อการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง