Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa BH บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน)

BH รับอานิสงส์สงครามตะวันออกกลางคลี่คลาย โบรกฯ ปรับคำแนะนำเป็นซื้อ

ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LHS) ปรับคำแนะนำหุ้น BH จากเดิมซื้อเก็งกำไรเป็น "ซื้อ" โดยปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 212 บาท หลังสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางเริ่มมีสัญญาณบวกจากการเจรจาหยุดยิง ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อการฟื้นตัวของกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติที่เป็นฐานลูกค้าหลักของโรงพยาบาล วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและแนวโน้มกำไร แม้ในไตรมาส 2/2569 กำไรมีแนวโน้มทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) และลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) เนื่องจากผลกระทบชั่วคราวจากความไม่แน่นอนในการเดินทาง แต่ในไตรมาส 1/2569 ที่ผ่านมา รายได้จากผู้ป่วยตะวันออกกลางของ BH ยังคงเติบโตได้ดีถึง +21% YoY ซึ่งช่วยชดเชยรายได้จากผู้ป่วยในประเทศได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ โบรกเกอร์คาดการณ์ว่ากำไรจะกลับมาเร่งตัวขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 เป็นต้นไป จากความต้องการรักษาพยาบาลที่อั้นไว้ (Pent-up demand) โดยได้ปรับประมาณการกำไรปี 2569 ขึ้นเป็น 7.6 พันล้านบาท หรือ +11% จากประมาณการเดิม ข้อสังเกตจากมุมมองนักวิเคราะห์ ราคาหุ้นปัจจุบันยังคงซื้อขายต่ำกว่าระดับก่อนเกิดสงครามถึง -14% ซึ่งถือเป็นโอกาสในการเข้าลงทุน โดยวิธีคิดราคาเป้าหมาย 212 บาท ใช้การประเมินมูลค่าด้วยวิธี DCF (Discounted Cash Flow) อิง WACC ที่ 7.5% และ LTG ที่ 3% ซึ่งเทียบเท่ากับระดับ P/E ปี 2569 ที่ 22 เท่า หรือคิดเป็น +0.5SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 2 ปี ทั้งนี้ BH ถือเป็นโรงพยาบาลที่ได้รับประโยชน์สูงสุดหากสถานการณ์ในตะวันออกกลางคลี่คลาย เนื่องจากมีสัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติกลุ่มนี้สูงที่สุดในกลุ่มโรงพยาบาลไทย สรุปภาพรวมการลงทุน ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เริ่มคลี่คลายถือเป็น ผลบวก ต่อการฟื้นตัวของจำนวนผู้ป่วยต่างชาติที่จะกลับมาใช้บริการได้เร็วกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป เนื่องจากความจำเป็นในการรักษาพยาบาลมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยภายนอกต่ำกว่า อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามการลงนามข้อตกลงหยุดยิงในวันที่ 19 มิ.ย. 2569 นี้อย่างใกล้ชิด รวมถึงปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น ภาวะเศรษฐกิจในประเทศ และการระบาดของโรคตามฤดูกาลที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานในระยะถัดไป