2026-06-15T03:36:05+00:00 iaa OSP บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) OSP สัญญาณบวกชัดเจน โบรกฯ ปรับคำแนะนำเป็นซื้อ รับอานิสงส์ยอดขายฟื้นตัว ไฮไลท์สำคัญ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ได้รับการปรับคำแนะนำการลงทุนขึ้นเป็น "ซื้อ" โดยบริษัทหลักทรัพย์ FSSIA ได้ปรับราคาเป้าหมายใหม่ขึ้นสู่ระดับ 19.0 บาท (จากเดิม 17.5 บาท) สะท้อนปัจจัยลบที่เริ่มคลี่คลาย โดยเฉพาะสถานการณ์ในเมียนมาที่ปรับตัวดีขึ้น และแรงกดดันด้านต้นทุนที่ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว พร้อมคาดการณ์อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจในระดับ 6-7% วิเคราะห์ผลประกอบการและแนวโน้มการเติบโต สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2/2569 คาดว่าจะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.03 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากแคมเปญ "ไทยช่วยไทย" ที่กระตุ้นยอดขายในประเทศทั้งกลุ่มเครื่องดื่มและของใช้ส่วนบุคคล นอกจากนี้ ปัญหาใบอนุญาตนำเข้าในเมียนมาเริ่มผ่อนคลาย ทำให้ยอดขายในเมียนมามีแนวโน้มทรงตัวหรือเติบโตได้เล็กน้อย แม้จะมีปัจจัยกดดันจากค่าเงิน ทั้งนี้ แม้จะมีต้นทุนบรรจุภัณฑ์และก๊าซที่เริ่มรับรู้เข้ามาตั้งแต่เดือนมิถุนายน แต่บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ไว้ได้แข็งแกร่งที่ระดับประมาณ 41% ข้อสังเกตด้านต้นทุนและการบริหารจัดการ ในส่วนของต้นทุนพลังงาน แม้คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นในไตรมาส 3/2569 แต่บริษัทได้มีการล็อกราคาไว้จนถึงสิ้นปี รวมถึงมีการปรับกลยุทธ์เพื่อลดการใช้พลาสติกและเพิ่มการใช้แก้วรีไซเคิลเพื่อลดการใช้ก๊าซ ส่งผลให้คาดว่าแรงกดดันด้านต้นทุนจะค่อยๆ ลดลงตั้งแต่ไตรมาส 4/2569 เป็นต้นไป ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลง นอกจากนี้ ฐานะทางการเงินของบริษัทมีความแข็งแกร่งมาก โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 อยู่ที่เพียง 0.41 เท่า และวงจรเงินสด (Cash Conversion Cycle) ปรับตัวดีขึ้นเหลือ 54 วัน สรุปภาพรวมการลงทุน นักวิเคราะห์จาก FSSIA ประเมินว่า OSP มีแนวโน้มการเติบโตที่สดใสขึ้นจากปัจจัยบวกที่เข้ามาสนับสนุน โดยเฉพาะการฟื้นตัวของยอดขายในเมียนมาและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น การปรับราคาเป้าหมายเป็น 19.0 บาท อ้างอิงจากเป้าหมาย P/E ที่ 15 เท่า สะท้อนความเชื่อมั่นต่อการฟื้นตัวของกำไรในปี 2569 ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 3.77 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนที่มองหาหุ้นที่มีพื้นฐานแกร่งและมีกระแสเงินสดที่มั่นคง