Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa EGCO บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน)

EGCO ลุ้นฟื้นตัวรับโอกาสลงทุนฟิลิปปินส์ โบรกฯ ชี้เป้า 133 บาท

ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี (KSS) ออกบทวิเคราะห์หุ้น EGCO โดยคงคำแนะนำ "Buy" ที่ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 133 บาทต่อหุ้น มองเป็นหุ้นกลุ่ม Dividend Play คุณภาพดีที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลประมาณ 6% ต่อปี พร้อมโอกาสกลับมาเป็นหุ้นเติบโตอีกครั้งจากการขยายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในฟิลิปปินส์ที่มีความต้องการไฟฟ้าสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก รายละเอียดการวิเคราะห์ KSS ประเมินกำไรปกติในไตรมาส 2/2569 อยู่ในกรอบ 1,000-1,200 ล้านบาท ซึ่งแม้จะลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (y-y) จากสัญญา PPA ใหม่ของโรงไฟฟ้า QPL แต่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (q-q) เนื่องจากโรงไฟฟ้า NT1PC กลับมาเดินเครื่องได้ตามปกติหลังปิดซ่อมบำรุง และได้รับส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้า IPP อื่นๆ มาช่วยชดเชยปัจจัยฤดูกาล ทั้งนี้ EGCO มีฐานทุนที่แข็งแกร่งด้วยอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (IBD/E) อยู่ที่ 1.1 เท่า ซึ่งเพียงพอรองรับการลงทุนใหม่ได้สูงสุดถึง 1.9 แสนล้านบาท ข้อสังเกตและปัจจัยสนับสนุน นักวิเคราะห์มองว่าฟิลิปปินส์เป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง เนื่องจากความต้องการไฟฟ้าเติบโตเฉลี่ย 5% ต่อปี และโรงไฟฟ้าเดิมจำนวนมากกำลังจะหมดอายุใน 10 ปีข้างหน้า ประกอบกับนโยบายพลังงานหมุนเวียนของรัฐบาลฟิลิปปินส์มีความท้าทายด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้โรงไฟฟ้าถ่านหินยังคงมีความจำเป็นและมีต้นทุนที่แข่งขันได้ นอกจากนี้ EGCO ยังมีความพร้อมในไทยจากที่ดินโรงไฟฟ้าขนอมเดิมที่สามารถรองรับการก่อสร้างโรงไฟฟ้า IPP ใหม่ได้ราว 800-1,000 เมกะวัตต์ เพื่อตอบสนองความต้องการไฟฟ้าในภาคใต้ตามแผน PDP26F บทสรุปการลงทุน ในภาพรวม EGCO ถือเป็นหุ้นที่มีความมั่นคงสูงและเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่เน้นเงินปันผล (Dividend Play) ด้วยอัตราผลตอบแทนราว 6% ต่อปี โดยราคาเป้าหมายที่ 133 บาท อิงวิธี SOTP สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตในอนาคต หากบริษัทสามารถคว้าโครงการใหม่ๆ เพิ่มเติมได้สำเร็จ ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าของโครงการลงทุนใหม่ๆ ที่จะเข้ามาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นหุ้นเติบโตอย่างเต็มตัว