Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa BCH บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน)

BCH ส่งสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน โบรกฯ มองผ่านจุดต่ำสุดแล้ว แนะซื้อสะสม

สรุปไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี (KSS) ออกบทวิเคราะห์หุ้น BCH โดยประเมินว่าผลประกอบการได้ ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 1/2569 และกำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวในไตรมาส 2/2569 โดยมีปัจจัยหนุนจากการเติบโตของรายได้ประกันสังคม การฟื้นตัวของกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติ และโอกาสรับรู้รายได้จากภาระเสี่ยงเพิ่มเติม ซึ่งราคาหุ้นปัจจุบันยังถือว่า Laggard หรือปรับตัวขึ้นช้ากว่ากลุ่มโรงพยาบาล เจาะลึกปัจจัยบวกและการเติบโต KSS วิเคราะห์ว่ารายได้จากประกันสังคมในไตรมาส 2/2569 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องราว 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ฐานผู้ประกันตนจะทรงตัว แต่เกิดจาก ค่ารักษาเฉลี่ยต่อหัวที่สูงขึ้น จากการรักษากลุ่มโรคยากซับซ้อน เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคมะเร็ง นอกจากนี้ BCH ยังมีโอกาสรับรู้รายได้จากภาระเสี่ยง 26 โรคเรื้อรังเพิ่มเติม ซึ่งเป็นรายได้ที่มีต้นทุนส่วนเพิ่มต่ำ ช่วย หนุนอัตรากำไร (Margin) ให้ปรับตัวดีขึ้น อีกทั้งรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลาง มีทิศทางฟื้นตัวต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้กลุ่มเงินสดและยกระดับคุณภาพรายได้ของบริษัทให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ข้อสังเกตด้านราคาและมูลค่าหุ้น นักวิเคราะห์ให้คำแนะนำ "ซื้อ" (Buy) โดยกำหนดราคาเป้าหมายที่ 11.20 บาท ด้วยวิธีคิดแบบ DCF (WACC 7.7%) ทั้งนี้ KSS ตั้งข้อสังเกตว่าราคาหุ้น BCH ในช่วงที่ผ่านมาปรับตัวลดลงสวนทางกับกลุ่มโรงพยาบาล สะท้อนว่าตลาดยังไม่ได้สะท้อนปัจจัยบวกอย่างเต็มที่ โดยปัจจุบันหุ้นซื้อขายที่ระดับ PE ปี 2569 เพียง 17 เท่า ซึ่งถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง (-1.0SD) จึงเป็นโอกาสดีในการเข้าสะสมก่อนที่ผลประกอบการจะสะท้อนการฟื้นตัวอย่างชัดเจน บทสรุปการลงทุน โดยรวมแล้ว BCH ถือเป็นหุ้นที่น่าสนใจในกลุ่มการแพทย์ เนื่องจากเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดหากมีการปรับขึ้นค่ารักษาประกันสังคม ประกอบกับสถานะทางการเงินที่มั่นคงและแนวโน้มกำไรที่ฟื้นตัวรายไตรมาส (q-q) ตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป ทำให้นักลงทุนสามารถคาดหวังการเติบโตของกำไรและคุณภาพรายได้ที่ดีขึ้นในระยะถัดไป