2026-06-15T03:34:35+00:00 iaa SPALI บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) KGI หั่นเป้า SPALI รับมือตลาดอสังหาฯ ซบเซาและภาวะแข่งขันรุนแรง ไฮไลท์สำคัญ บล. KGI ปรับลดประมาณการกำไรปี 2569-2570 ลง 7-8% ต่อปี พร้อมคงคำแนะนำ "Underperform" โดยกำหนดราคาเป้าหมายใหม่ที่ 13.30 บาท (จากเดิม 14.50 บาท) อ้างอิงค่า P/E ปี 2569 ที่ 6.8 เท่า ซึ่งเป็นระดับค่าเฉลี่ยของกลุ่มอุตสาหกรรม เนื่องจากความกังวลต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แนวราบที่เผชิญกับความต้องการซื้อที่อ่อนแอและการแข่งขันที่ดุเดือด เจาะลึกสถานการณ์และผลประกอบการ ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 น่าผิดหวังด้วยกำไรสุทธิเพียง 402 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ต่ำเป็นประวัติการณ์ที่ 30% เนื่องจากผู้พัฒนาโครงการต้องยอมลดมาร์จิ้นเพื่อเร่งยอดขาย ท่ามกลางภาวะตลาดที่เปราะบาง แม้คาดว่ากำไรในไตรมาส 2/2569 จะฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) จากการโอนโครงการ "ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์" แต่ภาพรวมทั้งปี 2569 คาดว่ากำไรจะอยู่ที่ 3.8 พันล้านบาท ลดลง 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนระบายหุ้นซื้อคืนจำนวน 66.6 ล้านหุ้น (3.4% ของหุ้นชำระแล้ว) ในช่วงเดือนเมษายน 2569 ถึงพฤษภาคม 2570 ซึ่งอาจกดดันราคาหุ้นต่อเนื่อง ข้อสังเกตต่อปัจจัยเสี่ยงและสถานะการเงิน บริษัทเผชิญความเสี่ยงสำคัญจากสภาวะเศรษฐกิจ หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และมาตรการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดของสถาบันการเงิน รวมถึงการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำที่อาจกระทบต้นทุน สำหรับสถานะทางการเงิน KGI คาดการณ์อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net D/E) จะขยับขึ้นจาก 62.4% ในปี 2568 เป็น 65.8% ในปี 2570 สะท้อนถึงภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นในขณะที่ยอดขายโครงการแนวราบยังมีความเสี่ยงที่จะไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ 3.5 หมื่นล้านบาท สรุปภาพรวมการลงทุน KGI มองว่าแนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีความเปราะบาง โดยเฉพาะกลุ่มบ้านแนวราบที่ยอดขายชะลอตัวและมาร์จิ้นลดลง แม้บริษัทจะมี Backlog รวม 1.6 หมื่นล้านบาท แต่ส่วนใหญ่จะถูกรับรู้รายได้ในปี 2569 เพียง 1.2 หมื่นล้านบาทเท่านั้น นักลงทุนควรระมัดระวังต่อปัจจัยลบจากทั้งผลประกอบการที่ถูกปรับลดลงและแรงกดดันจากการขายหุ้นซื้อคืนของบริษัทในระยะยาว