Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa BAM บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

BAM ของดีที่ตลาดมองข้าม ลุ้นกำไรฟื้นตัวแรงพร้อมปันผลสูง

ไฮไลท์สำคัญ: พลิกโฉมกลยุทธ์สู่การเติบโตที่ยั่งยืน บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดฉากไตรมาส 1/2569 ด้วยผลกำไรสุทธิ 270 ล้านบาท จากยอดผลเรียกเก็บรวม 3,280 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นผลเรียกเก็บจาก NPL 2,390 ล้านบาท และ NPA 987 ล้านบาท ภายใต้การปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ผ่านโครงการ BAMX Transformation ที่มุ่งเน้นการลดการพึ่งพาทรัพย์สินชิ้นใหญ่ (Big Ticket) และหันมาสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอผ่านการกระจายฐานลูกค้าสู่กลุ่มข้าราชการและประชาชนทั่วไปมากขึ้น "BAM กำลังเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาทรัพย์ชิ้นใหญ่ สู่การสร้างรายได้ที่มั่นคงผ่านกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงและเข้าถึงลูกค้าทุกระดับ" เนื้อหาและทิศทางธุรกิจ: ปรับโครงสร้างหนี้และลดต้นทุนทางการเงิน ในไตรมาสนี้ BAM ประสบความสำเร็จในการปรับโครงสร้างหนี้ลูกหนี้ SME ผ่านโปรแกรม First Contact เพิ่มขึ้นถึง 88% หรือคิดเป็น 582 ราย ส่งผลให้ตัวเลขทางการเงินปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น โดยมี Cost of Fund ลดลงเหลือ 3.26% (จากปีก่อนที่ 3.32%) และ ROE ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 4.05% (จาก 3.90%) ในขณะที่อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (DE Ratio) ปรับตัวลงมาอยู่ที่ 1.96x จากเดิม 2.03x สะท้อนถึงการบริหารจัดการกระแสเงินสดที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ข้อสังเกต: การบริหารพอร์ตทรัพย์สินท่ามกลางความท้าทาย แม้ภาพรวมจะดูแข็งแกร่ง แต่บริษัทต้องเผชิญกับความท้าทายจากปริมาณ NPA ที่เพิ่มขึ้นเป็น 987 ล้านบาท (จาก 763 ล้านบาทในปีก่อน) ซึ่งเป็นผลมาจากแคมเปญการตลาดเชิงรุก อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เตรียมกลยุทธ์รับมือผ่านการทำ MOU กับภาครัฐและเอกชน รวมถึงการเปิดตัว E-Marketplace เพื่อเร่งระบายทรัพย์สิน นอกจากนี้ บริษัทยังมีความมั่นใจในการบรรลุเป้าหมายกำไรสุทธิ 2,000 ล้านบาท ในปีนี้ โดยมีแผนลงทุนเพิ่มเติมอีก 4,000–5,000 ล้านบาท เพื่อเติมพอร์ตหนี้ในช่วงครึ่งปีหลัง สรุปภาพรวม: มุ่งสู่การเป็นพอร์ตการลงทุนที่ยืดหยุ่น BAM วางเป้าหมายการเติบโตในระยะยาวที่ 5–7% ต่อปี โดยมุ่งเน้นการเป็น "Resilient Port of Investment" ที่ไม่พึ่งพาปัจจัยภายนอกเพียงอย่างเดียว โดยในระยะสั้นบริษัทตั้งเป้าสร้างผลเรียกเก็บให้ได้เฉลี่ยเดือนละ 1,200–1,300 ล้านบาท พร้อมทั้งเตรียมรับรู้รายได้จากโครงการใหญ่ เช่น Soneva และ State Tower ซึ่งคาดว่าจะสร้างกำไรหลังหักค่าใช้จ่ายได้ไม่น้อยกว่า 800–1,000 ล้านบาท เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญตลอดปี 2569 เจาะประเด็นร้อน (Q&A) แผน JV: คาดว่าจะได้ข้อยุติการจัดตั้ง JV ใหม่ในช่วงปลายไตรมาส 2 และเริ่มดำเนินงานจริงในไตรมาส 3-4 ต้นทุนทางการเงิน: มั่นใจลดต้นทุนได้ต่อเนื่อง โดยมีสถาบันการเงินเสนออัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า 3% ให้บริษัท การทำแฮร์คัทหนี้: ตั้งเป้าหมายลูกหนี้ 1,800–2,300 ราย โดยมีผลเรียกเก็บเฉลี่ยประมาณ 800 ล้านบาท ความมั่นใจในเป้ากำไร: มั่นใจสูงเนื่องจากมีรายได้จาก Operation ที่ชัดเจนและโครงการอสังหาฯ ขนาดใหญ่ที่รอรับรู้รายได้