2026-06-17T03:22:47+00:00 iaa PTTGC บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) จับตา PTTGC ฟื้นตัวแรงปี 2026 รับอานิสงส์ Allnex หนุนกำไรโต ไฮไลท์สำคัญ: รับมือความผันผวนด้วยความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน PTTGC เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 ท่ามกลางความท้าทายจากสถานการณ์ความไม่มั่นคงในตะวันออกกลางที่ดันราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงถึง 130 เหรียญต่อบาร์เรลในเดือนมีนาคม บริษัทสามารถรักษาเสถียรภาพได้ด้วยกลยุทธ์ Integrated Position ที่เชื่อมโยงธุรกิจต้นน้ำถึงปลายน้ำเข้าด้วยกัน พร้อมเดินหน้าธุรกิจยั่งยืนผ่านความร่วมมือกับ Alpha ในธุรกิจรีไซเคิลพลาสติก และการขยายผลิตภัณฑ์ไบโอพลาสติก PLA ร่วมกับ Nature Works "การบริหารจัดการฟีดสต็อกภายในประเทศและการควบคุมต้นทุนอย่างมีระบบ คือกุญแจสำคัญที่ทำให้ PTTGC สามารถลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ" เจาะลึกตัวเลขผลการดำเนินงานและกำไรพิเศษ ในไตรมาสนี้ PTTGC มีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 1,400 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากสเปรดผลิตภัณฑ์ในกลุ่มโรงกลั่นและโอเลฟินที่ปรับตัวดีขึ้น แม้จะมีรายการสูญเสียจากการทำ Hedging ตามนโยบายปกติเพื่อลดความเสี่ยง แต่บริษัทก็มีกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์ (Thai Tank Terminal และ Tank & Terminal Assets) เข้ามาเสริมถึง 3,300 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทยังประสบความสำเร็จในการลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (Operating expense) ได้ถึง 300 ล้านบาท ในไตรมาสแรกเพียงไตรมาสเดียว ข้อสังเกต: ปัจจัยบวกและอุปสรรคที่ต้องจับตา ปัจจัยบวกที่สำคัญคือการกลับมาเปิดเครื่องโรงกลั่นและ Aromatix ในเดือนเมษายน รวมถึงการบริหารจัดการฟีดสต็อก (Naphtha, Condensate) ภายในประเทศที่ช่วยลดการพึ่งพาตลาดภายนอก อย่างไรก็ตาม บริษัทต้องเผชิญกับ ความเสี่ยงจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น และผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อที่อาจชะลอความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงความผิดปกติของ Supply Chain จากการขัดแย้งในช่องแคบฮอร์มัสที่อาจส่งผลต่อการขนส่งน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีในระยะถัดไป สรุปทิศทางและประเด็นร้อน (Q&A) เป้าหมายระยะสั้นของ PTTGC คือการรักษาความสามารถในการทำกำไรจากธุรกิจหลักและควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ส่วนระยะยาวมุ่งเน้นการเติบโตในธุรกิจยั่งยืน สำหรับประเด็นที่นักลงทุนให้ความสนใจมีดังนี้: ความเสี่ยงวัตถุดิบ: บริษัทมั่นใจว่ามีความเสี่ยงต่ำเนื่องจากใช้ฟีดสต็อกหลากหลายและเน้นแหล่งผลิตภายในประเทศ ความเสี่ยงไตรมาส 2-3: ต้องระวังเรื่องต้นทุนการจัดหาที่สูงขึ้น และโอกาสเกิด Stock Loss หากราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว ความร่วมมือกับ SCG Chemical: เริ่มศึกษาความเป็นไปได้ของ Synergy ตั้งแต่เดือนเมษายน โดยจะนำเสนอผลการศึกษาให้ผู้ถือหุ้นรับทราบในไตรมาสที่ 3 ธุรกิจรีไซเคิล: มีแนวโน้มเติบโตดีจากความต้องการเม็ดพลาสติกรีไซเคิล (PET, HDPE) ในตลาดพรีเมียม