2026-05-29T06:41:22+00:00 iaa SAFE บริษัท เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) SAFE: โมเมนตัมฟื้นตัว! โบรกฯ ชี้เป้า 9.70 บาท ไฮไลท์สำคัญ: ตอกย้ำผู้นำเทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์ด้วยคุณภาพระดับพรีเมียม บริษัท เซฟเฟอร์ทิลิตี้กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SAFE เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์แบบครบวงจร โดยในไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทประสบความสำเร็จในการยกระดับอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์สูงถึง 85% สำหรับกลุ่มลูกค้าอายุต่ำกว่า 35 ปี พร้อมชูจุดแข็งด้านเทคโนโลยีตรวจโครโมโซม NGS และ SNP Array ที่มีความแม่นยำเหนือกว่าแพลตฟอร์มทั่วไป โดยมุ่งเน้นกลยุทธ์การเป็นผู้นำด้านคุณภาพและความปลอดภัย ควบคู่ไปกับการนำ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภายในเพื่อลดต้นทุนในระยะยาว "บริษัทมุ่งเน้นการเป็นผู้นำด้านคุณภาพและความปลอดภัย โดยใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาสนับสนุนการทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนอย่างยั่งยืน" เนื้อหาและผลประกอบการ: รักษาฐานกำไรท่ามกลางความท้าทาย ในไตรมาส 1/2569 บริษัทมีรายได้รวมลดลงเล็กน้อยที่ -0.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ 56.5% และมี EBITDA Margin อยู่ที่ 30.3% ส่งผลให้ Net Profit Margin แข็งแกร่งถึง 19.2% โดยมีจำนวนรอบการเก็บไข่ (OPU Cycle) อยู่ที่ 249 รอบ เพิ่มขึ้น 1.2% YoY สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่ยังคงเหนียวแน่น ทั้งนี้บริษัทไม่มีรายการพิเศษที่ส่งผลกระทบต่องบการเงิน โดยกำไรที่เกิดขึ้นมาจากประสิทธิภาพการดำเนินงานหลัก (Core Business) เป็นสำคัญ ข้อสังเกต: การปรับตัวสู่ยุคดิจิทัลและการขยายเครือข่ายพันธมิตร ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้าและแนวโน้มการแข่งขันด้านราคาในตลาด IVF บริษัทเลือกที่จะรักษาตำแหน่งทางการตลาดในระดับ Mid-to-Premium แทนการลดราคาเพื่อสู้กับคู่แข่งรายย่อย กลยุทธ์สำคัญคือการขยายความร่วมมือกับโรงพยาบาลเอกชน และแผนการเปิดสาขาที่เชียงรายประชานุเคราะห์ รวมถึงการลงทุนใน AI ที่ให้ผลตอบแทน (ROI) คุ้มค่ากว่าการจ้างแรงงานคนในระยะยาว ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกที่จะช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไรและสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาดได้อย่างชัดเจน สรุปทิศทาง: มุ่งสู่การเติบโต 10% ในช่วงที่เหลือของปี สำหรับเป้าหมายในช่วงที่เหลือของปี 2569 บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้เฉลี่ยไว้ที่ประมาณ 10% จากไตรมาสแรก โดยเน้นการรุกตลาดต่างประเทศ เช่น อินเดียและกัมพูชาผ่านการใช้ KOL และเอเจนซี่ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องจับตามองคือการเปลี่ยนแปลงนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับกฎหมาย IVF และการแข่งขันจากโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ที่อาจเข้ามาในอนาคต ซึ่งบริษัทมั่นใจว่าด้วยมาตรฐานคุณภาพที่เหนือกว่าจะช่วยรักษาฐานลูกค้าและส่วนแบ่งทางการตลาดไว้ได้ เจาะประเด็นร้อน (Q&A) การแข่งขันด้านราคา: ตลาดภาพรวมยังคงนิ่ง บริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากการตัดราคาของคลินิกขนาดเล็กเนื่องจากวางตำแหน่งเป็นพรีเมียม อัตราความสำเร็จ: สูงกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มอายุต่ำกว่า 35 ปี ที่ทำได้ถึง 85% การใช้ AI: นำมาใช้ในงาน HR, บัญชี, คลินิก และแคชเชียร์ เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แผนขยายสาขา: เตรียมร่วมมือกับโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ และมองหาโอกาสในโรงพยาบาลเอกชนที่มีศักยภาพ ความกังวลเรื่องคู่แข่ง: ปัจจุบันยังไม่มีคู่แข่งรายใหม่เข้ามามากนักเนื่องจากเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เทคโนโลยีและทรัพยากรสูง