2026-05-28T06:44:09+00:00 iaa CKP บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) CKP ยังน่า "ซื้อ"! หยวนต้าชี้ราคาลงสะท้อนเอลนีโญแล้ว คงเป้า 2.90 บาท ไฮไลท์สำคัญ: มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ด้วยสัดส่วนพลังงานสะอาด 93% บริษัท ซีเคพาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 โดยเน้นกลยุทธ์การเติบโตผ่านพลังงานสะอาดที่มีสัดส่วนสูงถึง 93% ของพอร์ตโฟลิโอทั้งหมด ด้วยกำลังการผลิตติดตั้งรวม 3,640 เมกะวัตต์ พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายพลังงานสะอาด 95% ภายในปี 2570 โดยที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติการจ่ายเงินปันผล 88 สตางค์ต่อหุ้น และประสบความสำเร็จในการออกหุ้นกู้สีเขียว (Green Bond) มูลค่า 5,000 ล้านบาท เพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่นด้าน ESG "CKP มุ่งมั่นปรับโครงสร้างธุรกิจสู่พลังงานสะอาดเต็มรูปแบบ พร้อมบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและลดผลกระทบจากความผันผวนของพลังงานฟอสซิล" เจาะลึกผลประกอบการ: รายได้ชะลอตัว แต่กำไรสุทธิพุ่งแรง ในไตรมาส 1/2569 บริษัทมี รายได้รวมลดลงประมาณ 19% เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการปิดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติ ประกอบกับราคาขายไฟฟ้าที่ผูกโยงกับราคาก๊าซปรับตัวลดลง รวมถึงการจ่ายคืนเงินต้นและดอกเบี้ยจากโครงการไซยะบุรี อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิ (Core Net Profit) กลับเติบโตโดดเด่นถึง 83% โดยได้รับแรงหนุนหลักจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำน้ำงึม 1 และ 2 ที่ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นและอานิสงส์จากอัตราแลกเปลี่ยน นอกจากนี้ บริษัทยังบันทึกกำไรพิเศษจากการเจรจาลดดอกเบี้ยโครงการไซยะบุรีรวมประมาณ 347 ล้านบาท (และมีรายการกำไรพิเศษรวมจากการเจรจาขยายเวลาชำระหนี้รวม 800 ล้านบาท) ข้อสังเกตและปัจจัยท้าทาย: การบริหารต้นทุนและการปรับตัวของตลาด แม้ผลกำไรจะเติบโตได้ดี แต่บริษัทต้องเผชิญกับความท้าทายจาก อัตรากำไรขั้นต้น (EBITDA Margin) ที่ลดลงประมาณ 16% จากผลกระทบของปริมาณการขายก๊าซที่ลดลง และการปรับขึ้นค่า FT ในช่วงเดือน 5-8 ของปีนี้ที่ส่งผลกระทบต่อรายได้โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ ทั้งนี้ บริษัทได้แสดงความแข็งแกร่งทางการเงินด้วยอัตราส่วน Net interest bearing debt to EBITDA และ Interest coverage ratio ที่ 4.7 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำกว่ามาตรฐานกลุ่มพลังงาน พร้อมรับมือกับแนวโน้มดอกเบี้ยโลกที่ลดลงซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการกู้ยืมในระยะยาว สรุปแผนการลงทุนและทิศทางในอนาคต CKP วางแผนลงทุนรวม 10,600 ล้านบาทในปีนี้ แบ่งเป็น 10,100 ล้านบาทสำหรับโครงการหลวงพระบาง (ถือหุ้น 50% แผน COD ต้นปี 2567) และ 500 ล้านบาทสำหรับโครงการโซลาร์ฟาร์มในประเทศ โดยบริษัทจะยังคงมุ่งเน้นการบริหารจัดการน้ำและต้นทุนดอกเบี้ยอย่างรัดกุม เพื่อรักษาเสถียรภาพของกระแสเงินสดและผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง เจาะประเด็นร้อน (Q&A) สถานการณ์น้ำ: ในเดือน 4 ปีนี้ ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้การผลิตไฟฟ้าลดลงตามไปด้วย ภาระหนี้สิน: ปัจจุบันมีเงินกู้ยืมระยะยาวคงค้างประมาณ 7,500 ล้านบาท โดยมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยอยู่ที่ 6.3% ผลกระทบค่า FT: การปรับขึ้นค่า FT จาก 1 สตางค์/หน่วย เป็น 1.6 สตางค์/หน่วย ส่งผลกระทบเชิงลบต่อรายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติอย่างมีนัยสำคัญ สถานะสินทรัพย์: สินทรัพย์รวมลดลงเล็กน้อยจากการจ่ายคืนเงินต้น Sponsor Loan ของโครงการไซยะบุรีในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา