2026-05-25T06:46:22+00:00 iaa OSP บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) OSP: โอสถสภา ผู้นำตลาดเครื่องดื่มชูกำลังและ Personal Care GPM พุ่ง ทำ All Time High! ไฮไลท์สำคัญ OSP ยังคงความเป็นผู้นำตลาดใน 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ เครื่องดื่มชูกำลัง เครื่องดื่มฟังก์ชันนัล และสบู่เหลวอาบน้ำเด็ก GPM ใน Q1/2569 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 42.5% จากการล็อกราคาต้นทุนและการรวมศูนย์การผลิต โบรกเกอร์ LHS แนะนำ "ซื้อ" OSP ด้วยราคาเป้าหมาย 17.29 บาท อิงวิธี DCF (WACC 10.96%, Terminal Growth 1.5%) พร้อมคาดการณ์เงินปันผลราว 5% OSP ยังโตต่อ แม้รายได้ต่างประเทศกดดัน OSP ยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ในกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลัง เครื่องดื่มฟังก์ชันนัล และสบู่เหลวอาบน้ำเด็ก การ ล็อกราคาต้นทุน วัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ล่วงหน้าตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว และการรับรู้ผลประโยชน์จากการ รวมศูนย์การผลิต ที่อยุธยาเต็มรูปแบบ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 42.5% จากระดับ 37% เฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง ตลาดต่างประเทศกดดันระยะสั้น แต่คาดว่าเมียนมาจะฟื้นตัวในครึ่งหลังของปี 2569 หลังจากปัญหาการนำเข้า/ขนส่งคลี่คลายและสต็อกอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ จีนเป็น upside ใหม่ ผ่าน Babi Mild x Butterbear บน E-Commerce คาด GPM ใน Q2/2569 อาจชะลอตัวเล็กน้อย จากต้นทุนที่เริ่มกดดันในเดือนมิถุนายน แต่ยังรับมือได้ด้วย Premiumization และการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ (NPD) ในกลุ่ม margin สูง LHS คาดการณ์กำไรปกติปี 2569 จะเติบโตสู่ 3,620 ล้านบาท จากรายได้ในประเทศและการควบคุมต้นทุนที่ดี ข้อสังเกตและประเด็นการลงทุน ผู้นำตลาดผสานการบริหารต้นทุนที่เป็นเลิศหนุน GPM ใน Q1/2569 ทำ ATH OSP ครองความเป็นผู้นำตลาดใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ เครื่องดื่มชูกำลัง เครื่องดื่มฟังก์ชันนัล และสบู่เหลวอาบน้ำเด็ก ผสานกับการล็อกราคาวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ล่วงหน้ามาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว และรับรู้ผลประโยชน์จากการรวมศูนย์การผลิตที่อยุธยาเต็มรูปแบบ ผลักดันให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) พุ่งแตะระดับสูงสุดที่ 42.5% จากระดับ 37% เฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง ตลาดต่างประเทศถูกกดดันระยะสั้น คาดเมียนมาฟื้นตัวชัดเจนใน 2H26 ตลาดส่งออกได้รับผลกระทบชั่วคราวจากปัญหาการขนส่งทางเรือ ขณะที่ตลาดหลักอย่างเมียนมาเผชิญกฎระเบียบนำเข้าที่เข้มงวดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปีทำให้ซัพพลายสะดุด อย่างไรก็ตามคาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายใน 2H26 ประกอบกับสต็อกสินค้าปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำมากบริษัทจึงเตรียมแผนเร่งเติมสต็อก ใน 3Q26 ซึ่งจะช่วยหนุนยอดขายครึ่งปีหลังได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ บริษัทยังมีปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตใหม่จากการรุกตลาดในจีน ผ่านกลยุทธ์การร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่น เพื่อผลักดันผลิตภัณฑ์ Babi Mild คอลเล็กชันพิเศษ Butterbear เข้าเจาะตลาดแพลตฟอร์ม E-Commerce ต้นทุนเตรียมกดดันในเดือนมิ.ย. แต่พร้อมรับมือด้วยสินค้านวัตกรรมพรีเมียม คาด GPM 2Q26 จะชะลอตัวลงเล็กน้อยจากเริ่มรับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นตั้งแต่เดือนมิ.ย. เนื่องจากล็อกราคาต้นทุนไว้ถึงแค่เดือนพ.ค. บริษัทจึงเตรียมรับมือผ่านกลยุทธ์ Premiumization ด้วยการเปิดตัวสินค้าใหม่เจาะกลุ่ม Gen Z และผู้รักสุขภาพ ได้แก่ M-150 Sparkling สูตรไม่มีน้ำตาล, Peptein ปรับสูตรใหม่ และ Babi Mild (White Sakura) เพื่อเจาะตลาด Wellness ซึ่งมี Margin ในระดับสูง คาดกำไรปกติปี 2569 โตสู่ 3,620 ลบ. จากรายได้ในประเทศและการคุมค่าใช้จ่าย ประเมินกำไรปกติปีนี้เติบโตสู่ 3,620 ลบ. +31% YoY หนุนจากรายได้ในประเทศที่แข็งแกร่งผ่านการออกผลิตภัณฑ์ Premium ใหม่ และเน้นขายกลุ่ม Premium มากขึ้นช่วยชดเชยตลาดเมียนมาที่ชะลอตัวชั่วคราว นอกจากนี้ การบริหารต้นทุนขายที่โดดเด่นในครึ่งปีแรกจะช่วยรักษาสมดุลต้นทุนรวมทั้งปี ผสานกับการคุม SG&A อย่างรัดกุมด้วยการคุมงบโปรโมชั่นที่เน้นความคุ้มค่าทำให้ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีกว่าปีก่อน สรุป บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) แนะนำ "ซื้อ" หุ้น OSP โดยให้ ราคาเป้าหมายที่ 17.29 บาท อ้างอิงวิธี DCF (WACC 10.96%, Terminal growth 1.5%) สะท้อน Upside ราว 15.25% คิดเป็น FY26 P/E ที่ 14.34x เทียบ PE เฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่ 23.02x นอกจากนี้คาดการณ์จ่ายปันผลที่ 0.80 บาท/หุ้นคิดเป็น Yield ที่ราว 5% เราคาด OSP ยังคงทำกำไรเติบโตได้ต่อเนื่องจากการคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ