Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa MRDIYT บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

MRDIYT: แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ชี้โอกาสเติบโตเพียบ! ราคาเป้าหมาย 10.49 บาท

text-primary ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LHS) เริ่มต้นให้คำแนะนำ "ซื้อ" หุ้น MRDIYT โดยมี ราคาเป้าหมายที่ 10.49 บาท อ้างอิงวิธี DCF (Discounted Cash Flow) โดยมี WACC (Weighted Average Cost of Capital) ที่ 8.4% และ Terminal Growth Rate ที่ 1% LHS มองว่า MRDIYT ยังมีโอกาสเติบโตอีกมากจากการขยายสาขาและกลยุทธ์ที่แข็งแกร่ง text-primary วิเคราะห์เจาะลึก MRDIYT MRDIYT ดำเนินกลยุทธ์ Everyday Low Price ควบคู่ไปกับการขยายสาขาเชิงรุก โดยเน้นทำเลที่เข้าถึงง่ายในอำเภอและชุมชนที่ยังขาดร้านค้าปลีกราคาประหยัด บริษัทมีนโยบายราคาเดียวทั่วประเทศ (One Price Policy) และลงทุนในโครงสร้างโลจิสติกส์และ Supply Chain ของตนเองเพื่อควบคุมต้นทุน นอกจากนี้ การพัฒนาสินค้า Private Label อย่างต่อเนื่องยังช่วยสร้างความแตกต่างและรักษา Margin ในระยะยาว บริษัทเปิดสาขาใหม่สุทธิ 65 แห่งใน 1Q26 (ไตรมาส 1 ปี 2569) ซึ่งเร็วกว่าปีก่อนที่เปิด 46 แห่ง ส่งผลให้มีสาขารวม 1,192 แห่ง และตั้งเป้าเปิดใหม่ 210 สาขาในปี 2569 แม้จะครอบคลุม 77 จังหวัดแล้ว แต่ยังมีโอกาสขยายสาขาไปยังอำเภอต่างๆ อีกมาก นอกจากนี้ โมเดล MR. D.I.Y. 2.0 ที่เน้นภาพลักษณ์ทันสมัยและสินค้าแบบ Localized จะช่วยขยายฐานลูกค้าในเมืองขนาดกลาง MRDIYT ตั้งงบลงทุนปี 2569 รวม 4,000 ล้านบาท แบ่งเป็นขยายสาขา 1,900 ล้านบาท และคลังสินค้าอัตโนมัติ 2,100 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตและเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายสินค้าในระยะยาว text-primary ข้อสังเกตและแนวโน้ม LHS คาดการณ์ว่ากำไรของ MRDIYT จะเติบโตด้วย CAGR (Compound Annual Growth Rate) ที่ 15% ในช่วงปี 2569–2571F โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการขยายสาขา SSSG (Same Store Sales Growth) ที่ฟื้นตัว และ Margin Expansion จากสินค้า Private Label และประสิทธิภาพของคลังสินค้าอัตโนมัติ แม้ในช่วงต้นเดือนเมษายน SSSG อาจได้รับแรงกดดันจากฐานสูงในปีก่อน แต่บริษัทเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวของ Demand หลังสงกรานต์ โดยมีปัจจัยหนุนจากแคมเปญ Back to School, แคมเปญ Price Lock ตรึงราคาสินค้ากว่า 16,000 รายการ และมาตรการไทยช่วยไทยพลัสของรัฐบาล text-primary สรุปและคำแนะนำ LHS เริ่มให้คำแนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเป้าหมาย 10.49 บาท/หุ้น โดยมองว่า MRDIYT มีโอกาสเติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม โดย Premium ดังกล่าวสะท้อนถึงโอกาสในการเติบโตของบริษัท อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยง หลักมาจากกำลังซื้อที่เปราะบาง แรงกดดันจากราคาพลังงาน และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ นอกจากนี้ ส่วนแบ่งขาดทุนจาก KKV ที่ยังอยู่ในช่วง Ramp-up เป็นปัจจัยกดดันกำไรในระยะสั้น