2026-05-20T06:48:10+00:00 iaa GFPT บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) GFPT กำไร Q1 ลดฮวบ! โบรกฯ หั่นเป้าเหลือ 9 บาท ชี้ครึ่งปีหลังเหนื่อยแน่! ภาพรวมผลประกอบการ: ช่วงเปลี่ยนผ่านสู่การขยายฐานการผลิต บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT เผยภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 โดยระบุว่าบริษัทกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ ท่ามกลางปัจจัยท้าทายจากตลาดโลกที่ชะลอตัวและการปรับตัวของตลาดส่งออกหลักอย่างประเทศจีน อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงเดินหน้าตามแผนกลยุทธ์ระยะยาวด้วยการขยายกำลังการผลิตโรงเชือดไก่แห่งใหม่ในจังหวัดชลบุรี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกอย่างยั่งยืน "บริษัทมุ่งเน้นการขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับเป้าหมายการเติบโตระยะยาว โดยโรงเชือดไก่แห่งใหม่ในชลบุรีจะเพิ่มกำลังการผลิตจาก 150,000 เป็น 300,000 ตัวต่อวัน" วิเคราะห์ตัวเลขผลการดำเนินงานและกลยุทธ์ต้นทุน ในไตรมาส 1/2569 รายได้รวมปรับตัวลดลงประมาณ 8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการส่งออกไปจีนที่ลดลงกว่า 1,200 ตัน ประกอบกับราคาขายไก่เนื้อในประเทศที่ปรับตัวลดลงตามต้นทุนวัตถุดิบ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GP Margin) ปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ 14.6% (จากเดิม 14.0%) เนื่องจากบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบหลักอย่างข้าวโพดและถั่วเหลืองได้ดีขึ้น โดยต้นทุนรวมลดลงกว่ารายได้ประมาณ 9% ทั้งนี้ ธุรกิจในเครืออย่าง GFN ได้รับผลกระทบจากราคาขายชิ้นส่วนไก่ในประเทศที่ลดลง ส่งผลให้กำไรในส่วน Non-Core ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจัยท้าทายและโอกาสในตลาดโลก ปัจจัยกดดันสำคัญคือภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกกลางและอเมริกาเหนือ รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรงจากผู้ผลิตรายใหญ่อย่างบราซิล ในขณะที่การส่งออกไปยุโรปและอังกฤษมีทิศทางที่ดีขึ้นแต่ยังไม่สามารถชดเชยรายได้จากตลาดจีนได้ทั้งหมด สำหรับแผนการลงทุนในปีนี้ บริษัทตั้งงบประมาณไว้ที่ 1,000–1,200 ล้านบาทต่อปี เพื่อเน้นการขยายโรงเชือดไก่และการบำรุงรักษาอุปกรณ์ โดยบริษัทไม่มีแผนซื้อหุ้นคืนหรือเพิ่มเงินปันผลในขณะนี้ เนื่องจากต้องสำรองเงินสดไว้สำหรับการลงทุนโครงการใหม่ สรุปแนวโน้มและทิศทางในอนาคต สำหรับไตรมาส 2/2569 คาดว่ารายได้จะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยประมาณ 2–3% จากการส่งออกที่ฟื้นตัวในยุโรปและอังกฤษ แม้จะมีแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่เริ่มขยับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้ บริษัทจะมุ่งเน้นการบริหารจัดการชิ้นส่วนไก่ในประเทศเพื่อทดแทนรายได้ที่หายไปจากจีน พร้อมทั้งศึกษาโอกาสในการเปิดตลาดใหม่ในแอฟริกา และเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงด้านราคาน้ำมันและค่าขนส่งที่อาจกระทบต่อต้นทุนรวม เจาะประเด็นร้อน (Q&A) แผนรับมือตลาดจีน: เน้นขายชิ้นส่วนไก่ในประเทศมากขึ้น เช่น เท้าไก่และขาซี แม้กำไรจะต่ำกว่าการส่งออก สถานการณ์ตะวันออกกลาง: ไม่มีผลกระทบโดยตรงจากสงครามเนื่องจากไม่มีการส่งออกไปโซนดังกล่าว แต่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันขนส่งที่เพิ่มขึ้น การนำเข้าข้าวโพด: หากนำเข้าจากสหรัฐฯ ได้จริง จะช่วยลดต้นทุนได้อย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากราคาต่ำกว่าในประเทศ ตลาดซาอุดีอาระเบีย: ยังไม่มีแผนส่งออกเนื่องจากติดข้อจำกัดด้านฮาลาลและราคาที่ไม่จูงใจเมื่อเทียบกับตลาดญี่ปุ่นและยุโรป