2026-05-18T07:02:57+00:00 iaa TQM บริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน) TQM กำไร Q1 ต่ำกว่าคาด แต่ปันผลยังจูงใจ InnovestX ยังคงแนะนำ "Outperform" text-primary ไฮไลท์สำคัญ TQM รายงานกำไรสุทธิ 1Q69 ที่ 186 ล้านบาท ต่ำกว่าที่ InnovestX คาดการณ์ไว้เล็กน้อย อย่างไรก็ตาม InnovestX ยังคงคำแนะนำ Outperform สำหรับ TQM ด้วยราคาเป้าหมายเดิมที่ 16 บาท เนื่องจากมองว่า TQM จะได้รับประโยชน์จากยอดขายรถยนต์ในประเทศที่เพิ่มขึ้น และมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจที่ 8.5% พร้อมทั้งมีโครงการซื้อหุ้นคืนช่วยพยุงราคาหุ้น text-primary ผลประกอบการ 1Q69: ต่ำกว่าคาดจากรายได้และมาร์จิ้น กำไรสุทธิ 1Q69 ของ TQM อยู่ที่ 186 ล้านบาท ลดลง 16% YoY แต่เพิ่มขึ้น 1% QoQ ต่ำกว่าที่ InnovestX คาดการณ์ไว้ 5% โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้: รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ: ลดลง 9% YoY แต่เพิ่มขึ้น 4% QoQ ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ แม้ว่าการเพิ่มขึ้น QoQ จะสะท้อนประสิทธิภาพที่ดีขึ้นจากการใช้ AI อัตรากำไรขั้นต้น: ลดลง 428 bps YoY และ 193 bps QoQ มาอยู่ที่ 46.53% ต่ำกว่าคาดเนื่องจากรายได้ที่อ่อนแอลง อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อรายได้: ลดลง 174 bps YoY และ 201 bps QoQ มาอยู่ที่ 22.2% ดีกว่าคาดเนื่องจากนโยบายการควบคุมต้นทุน InnovestX ปรับลดประมาณการกำไรปี 2569 ลง 1% เนื่องจากปรับลดสมมติฐานอัตราการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการจาก 5% มาอยู่ที่ 4% ปัจจุบันคาดว่ากำไรปี 2569 จะเพิ่มขึ้น 4% โดยคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากยอดขายรถยนต์ในประเทศที่เพิ่มขึ้น text-primary โครงการซื้อหุ้นคืนและอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล คณะกรรมการของ TQM อนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนด้วยวงเงินไม่เกิน 300 ล้านบาท เพื่อซื้อหุ้นคืนจำนวนไม่เกิน 20 ล้านหุ้น (ไม่เกิน 3.37% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด) ซึ่งจะช่วยพยุงราคาหุ้นและหนุน ROE ให้เพิ่มขึ้นประมาณ 1.4% ปัจจุบันบริษัทได้ซื้อหุ้นคืนมาแล้ว 7.85 ล้านหุ้น (1.31%) คิดเป็นมูลค่า 108 ล้านบาท ที่ราคาเฉลี่ย 13.7 บาท/หุ้น InnovestX คาดว่า DPS สำหรับปี 2569 จะอยู่ที่ 1.15 บาท (อัตราการจ่ายเงินปันผล 88%) คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 8.5% text-primary สรุปและคำแนะนำ InnovestX ยังคงคำแนะนำ Outperform สำหรับ TQM ด้วยราคาเป้าหมายเดิมที่ 16 บาท โดยมีปัจจัยหนุนจาก 1) การได้รับประโยชน์จากยอดขายรถยนต์ในประเทศที่เพิ่มขึ้น และ 2) อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจที่ 8.5% พร้อมทั้งมีโครงการซื้อหุ้นคืนช่วยพยุงราคาหุ้น ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ: 1) เบี้ยประกันภัยอาจได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ลดลงและยอดขายรถยนต์ที่ชะลอตัว 2) อัตราค่าคอมมิชชั่นอาจลดลงจากการเปลี่ยนแปลงส่วนผสมผลิตภัณฑ์และการแข่งขันที่สูงขึ้น และ 3) ความเสี่ยงด้าน ESG ในประเด็นการให้บริการลูกค้าอย่างเป็นธรรม (market conduct)