2026-05-15T07:05:12+00:00 iaa OSP บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) OSP กำไร Q1/26 พุ่ง! FSSIA ชี้เป้า 17 บาท มองข้ามช็อตปัญหาพม่า text-primary OSP โชว์ผลงาน Q1/26 สุดปัง กำไรทะลุเป้า 10% จากค่าใช้จ่ายที่ลดลง OSP หรือ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการ Q1/26 ที่น่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิ 1.16 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 67.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) แต่ลดลง 8.6% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว (YoY) อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรหลักจะเพิ่มขึ้นถึง 40.7% (QoQ) และ 19.2% (YoY) เลยทีเดียว text-primary เบื้องหลังความสำเร็จ: คุมค่าใช้จ่ายอยู่หมัด! FSSIA (FSS International Investment Advisory Securities Co Ltd) ระบุว่ากำไรที่แข็งแกร่งเกินคาดนี้มีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะ SG&A (ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร) ต่อรายได้ที่ลดลงเหลือ 21.9% จาก 24.8% ใน Q4/25 และ Q1/25 เป็นผลมาจากการทำการตลาดที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้นตามแผนของบริษัท ถึงแม้รายได้รวมจะเพิ่มขึ้น 0.4% (QoQ) แต่ลดลง 7.1% (YoY) เนื่องจากการชะลอตัวของรายได้จากเครื่องดื่มในต่างประเทศ (-38.5% YoY) ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาใบอนุญาตนำเข้าในเมียนมาและการปรับอัตราแลกเปลี่ยนจ๊าดตามราคาตลาด อย่างไรก็ตาม รายได้จากเครื่องดื่มในประเทศยังคงเติบโต 11.4% (YoY) จากฐานที่ต่ำในปีก่อนหน้า นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้นยังทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 42.5% จาก 39.5% ใน Q4/25 และ 40.3% ใน Q1/25 เนื่องจากการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่องและการรวมศูนย์การผลิตที่ดำเนินการเมื่อปีที่แล้ว text-primary จับตา Q2/26: ต้นทุนพุ่ง! แต่พม่าอาจช่วยชีวิต FSSIA คาดการณ์ว่ากำไรของ OSP อาจ ชะลอตัวลงใน Q2/26 เนื่องจากรายได้ไม่น่าจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง (QoQ) จากปัญหาใบอนุญาตนำเข้าที่ยังคงมีอยู่ นอกจากนี้ บริษัทอาจเริ่ม เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนบรรจุภัณฑ์และค่าขนส่งที่สูงขึ้น โดยผลกระทบเต็มที่จะปรากฏใน Q3/26 อย่างไรก็ตาม หากรายได้จากเมียนมาฟื้นตัว อาจช่วยชดเชยแรงกดดันด้านต้นทุนได้บ้าง text-primary FSSIA คงประมาณการกำไรปี 2569 และราคาเป้าหมาย FSSIA ยังคงประมาณการกำไรหลักปี 2569 ไว้ที่ 3.67 พันล้านบาท (+4.7% YoY) และ คงราคาเป้าหมายที่ 17 บาท โดยมี อัพไซด์ 19.7% จากราคาปิดล่าสุดที่ 14.20 บาท ราคาเป้าหมายนี้คำนวณจากประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ปี 2569 ที่ 1.22 บาท และอัตราส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (P/E ratio) ที่เหมาะสม