Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa ERW บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

ERW กำไร Q1/69 โตตามคาด! โบรกฯ LHS ชี้แนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง

ไฮไลท์สำคัญ ERW รายงานกำไรสุทธิ 1Q69 ที่ 376 ล้านบาท (+9% YoY, +0.7% QoQ) ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดการณ์ เนื่องมาจากการเติบโตของรายได้โรงแรมทั้งกลุ่มระดับบนและกลุ่มราคาประหยัด รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ผลประกอบการและแนวโน้ม บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (LHS) วิเคราะห์ผลประกอบการ 1Q69 ของ ERW ว่ามีกำไรสุทธิ 376 ล้านบาท เติบโต 9% YoY และ 0.7% QoQ เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของรายได้โรงแรมทั้งกลุ่มระดับบน (+4% YoY) และกลุ่มราคาประหยัด (+18% YoY) โดยเฉพาะ Hop Inn ในไทย (+20% YoY) นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินที่ลดลง -4% YoY ยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนกำไร LHS คาดการณ์แนวโน้มกำไร 2Q69F ว่าจะเติบโต YoY แต่ลดลง QoQ เนื่องจากเป็นช่วง low season ของการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม การเติบโต YoY จะมาจากฐานที่ต่ำในปีก่อนเนื่องจากเหตุแผ่นดินไหว และการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีน แม้จะมีความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้การจองใหม่ชะลอตัวและมีการยกเลิกบางส่วน แต่ผลกระทบยังอยู่ในระดับจำกัดและได้รับการชดเชยจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนและอินเดีย บริษัทฯ ยังคงเป้ารายได้ปี 2569F เติบโต 9% YoY โดยเน้นตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้ในเอเชีย และการกระจายการลงทุนไปต่างประเทศเพื่อลดความผันผวน ข้อสังเกตและปัจจัยเสี่ยง LHS ให้ข้อสังเกตว่าสัดส่วนรายได้จาก Hop Inn ที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้กำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น ช่วยชดเชย SG&A ที่เพิ่มขึ้นตามการขยายโรงแรมเพิ่มเติม ส่งผลให้ EBITDA margin ดีขึ้นเป็น 37% จาก 36.7% ใน 1Q68 อย่างไรก็ตาม LHS ยังคงระบุถึงปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ ผลประกอบการของโรงแรมใหม่ต่ำกว่าคาด, การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวช้ากว่าคาด, การพึ่งพิงรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ, ความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง, และต้นทุนพลังงานและดอกเบี้ยผันผวน คำแนะนำและราคาเป้าหมาย LHS คงคำแนะนำ "ซื้อเมื่ออ่อนตัว" ด้วยราคาเป้าหมายเดิมที่ 3.06 บาท โดยประเมินด้วยวิธี EV/EBITDA ที่ระดับ 9 เท่า เทียบเท่า FY69F P/E ที่ 16 เท่า ซึ่งเป็นระดับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 2 ปี จากปัจจุบันที่ซื้อขายที่ P/E ราว 14 เท่า โดยมองว่าแนวโน้มกำไรได้ผ่านจุดต่ำสุดและเข้าสู่รอบฟื้นตัวหนุนจากการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนและการขยาย Hop Inn อย่างต่อเนื่อง