2026-05-18T07:22:02+00:00 fin BYD บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) BYD พลิกกำไร! ไตรมาส 1/69 กำไรสุทธิ 18.61 ล้านบาท โตแรง 107.72% ไฮไลท์สำคัญ: การควบรวมกิจการสู่การเป็นผู้นำ Wealth Management บริษัทหลักทรัพย์บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BYD เผยทิศทางธุรกิจไตรมาส 1/2569 โดยมุ่งเน้นการสร้างความแข็งแกร่งผ่านการควบรวมกิจการกับบริษัทคิงฟอร์ด ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในไตรมาส 3 ของปีนี้ — ส่งผลบวกต่อการขยายฐานลูกค้าสถาบันและ Private Banking พร้อมตั้งเป้าหมายยกระดับ Market Share จากอันดับ 20-27 ขึ้นสู่กลุ่มท็อป 5-7 ของประเทศ "การควบรวมกิจการกับคิงฟอร์ดคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะสร้าง Synergy จากฐานลูกค้าขนาดใหญ่ และผลักดันให้ธุรกิจ Wealth Management กลายเป็นเครื่องยนต์หลักในการเติบโตระยะยาว" เนื้อหาและผลการดำเนินงาน: ปรับโครงสร้างรายได้สู่ความยั่งยืน ผลประกอบการในไตรมาสนี้ขับเคลื่อนด้วย Core Business จากธุรกิจ Wealth Management และเครื่องมือทางการเงิน โดยมีสัดส่วนรายได้มาจากธุรกิจ Wealth Management 42% และธุรกิจโบรกเกอร์ 58% ทั้งนี้ AUM เติบโตอย่างโดดเด่นแตะระดับเกือบ 20,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องถึง 30% หรือแตะระดับ 30,000 ล้านบาทภายในสิ้นปีนี้ โดยได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าสถาบันและรัฐวิสาหกิจกว่า 30 แห่ง ในขณะที่ธุรกิจไทยสมัยบัตรยังคงเป็น Non-Core ที่มีผลขาดทุนจาก Traffic ที่ต่ำกว่าคาด โดยบริษัทได้ตั้งสำรองไว้ที่ 320 ล้านบาท ข้อสังเกต: ความท้าทายและการบริหารความเสี่ยง บริษัทกำลังเร่งแก้ไขปัญหาการพึ่งพาธุรกิจโบรกเกอร์รายย่อยที่เน้นค่าคอมมิชชั่นเพียงอย่างเดียว ซึ่งมีความเสี่ยงสูงจากภาวะตลาดและดอกเบี้ย — ผลลบจากธุรกิจไทยสมัยบัตร ที่ยังคงเป็นภาระต่อผลประกอบการระยะสั้น โดยหากสถานการณ์เลวร้ายสุดอาจต้องมีการตั้งสำรองเพิ่มเติมสูงถึง 3,500 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทได้รับปัจจัยบวกจากนโยบายภาครัฐเรื่อง Infrastructure Fund และโครงการเช่ารถเมล์สาธารณะ ซึ่งอาจเป็นตัวช่วยกระตุ้นธุรกิจในอนาคต สรุปภาพรวมและเป้าหมาย BYD มุ่งมั่นก้าวสู่การเป็นผู้นำด้าน Wealth Management อย่างเต็มตัว โดยมีแผนรีเอ็นจิเนียริ่งองค์กรหลังควบรวมกิจการเสร็จสิ้นในไตรมาส 3/2569 สิ่งที่ต้องจับตามองคือการเพิ่มขึ้นของ Traffic ในธุรกิจไทยสมัยบัตร และการรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดหลักทรัพย์ที่การแข่งขันสูงและสภาพคล่องมีความผันผวน เจาะประเด็นร้อน (Q&A) การควบรวมกิจการ: จะเสร็จสมบูรณ์ในไตรมาส 3/2569 และเริ่มเห็น Synergy จากการโยกย้ายลูกค้าทันที เป้าหมาย AUM: คาดว่าจะเติบโต 30% จากปีก่อนหน้า สู่ระดับ 30,000 ล้านบาทภายในสิ้นปี ธุรกิจไทยสมัยบัตร: ยังคงขาดทุนจาก Traffic ที่ต่ำกว่าเป้าหมาย โดยมีการตั้งสำรองไว้ 320 ล้านบาท และมีกรณีเลวร้ายสุดหากต้องตั้งสำรองเพิ่มถึง 3,500 ล้านบาท โครงสร้างรายได้ใหม่: หลังควบรวมคาดว่ารายได้จากโบรกเกอร์จะอยู่ที่ 50% และ Wealth Management อยู่ที่ 40-50%