2026-05-13T06:44:36+00:00 iaa NEO บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) NEO Corporate: กำไร Q1/26 ต่ำกว่าคาดการณ์ แม้มีปัจจัยบวกจากอัตรากำไรขั้นต้น text-primary ไฮไลท์สำคัญ NEO Corporate (NEO TB) รายงานผลประกอบการ Q1/26 ที่ไม่สดใส แม้จะมีกำไรสุทธิสูงกว่าที่คาดการณ์เล็กน้อย โดยกำไรสุทธิอยู่ที่ 95 ล้านบาท ลดลง 42.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (Q-Q) และลดลงถึง 62.8% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว (Y-Y) ถึงแม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ 40 bps แต่ภาพรวมผลประกอบการยังคงอ่อนแอ text-primary ผลการดำเนินงานที่น่าผิดหวัง รายได้รวมลดลง 6.2% Q-Q เนื่อง จากปัจจัยด้านฤดูกาล และการสิ้นสุดโครงการร่วมจ่ายของรัฐบาลใน Q4/25 อย่างไรก็ตาม รายได้ยังคงเติบโต 6.5% Y-Y โดยได้แรงหนุนจากรายได้ในประเทศที่เพิ่มขึ้น 11.0% Y-Y ซึ่งช่วยชดเชยยอดขายจากการส่งออกที่ลดลงอย่างมากถึง 36.3% Y-Y โดยเฉพาะ ยอดขายในกัมพูชาที่เป็นศูนย์ และผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นในเวียดนามและลาว ทำให้ลูกค้าชะลอการสั่งซื้อ ยอดขายส่วนใหญ่มา จากผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก ทำให้รายได้ในกลุ่มนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 20.8% Q-Q และ 19.2% Y-Y เนื่องจากผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กมีอัตรากำไรที่สูงกว่า ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น Y-Y ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 37.9% จาก 41.8% ใน Q1/25 อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 35.9% ใน Q4/25 เนื่อง จากต้นทุนที่ลดลง Q-Q ค่าใช้จ่าย SG&A ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มขึ้น 10.2% Q-Q และ 20.2% Y-Y เนื่องจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาด ส่งผลให้อัตราส่วน SG&A ต่อรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 33.0% เมื่อเทียบกับ 28.1% ใน Q4/25 และ 29.2% ใน Q1/25 text-primary ข้อสังเกตและแนวโน้ม กำไรสุทธิใน Q1/26 คิดเป็น 22.4% ของประมาณการทั้งปีของ FSSIA แนวโน้มใน Q2/26 ยังคงน่ากังวล เนื่องจากบริษัทจะต้องเผชิญกับ ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้น ในขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบคาดว่าจะยังคงเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันปาล์มดิบที่สูงขึ้น บริษัท ยังไม่ได้ปรับราคาขาย แต่ได้ลดกิจกรรมทางการตลาดและแคมเปญส่งเสริมการขายลง text-primary คำแนะนำและราคาเป้าหมาย FSSIA ยังคงคำแนะนำ " ถือ " (HOLD) จนกว่าจะเห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้นทั้งในด้านคำสั่งซื้อในประเทศและการส่งออก รวมถึงแรงกดดันด้านต้นทุนที่ลดลง ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 18.50 บาท อิงตามวิธีประเมินมูลค่าแบบผสมผสาน (SOTP) โดยพิจารณาจากธุรกิจหลักและศักยภาพในการเติบโตในอนาคต ราคาเป้าหมายนี้สูงกว่าราคาปิดล่าสุดที่ 16.00 บาท ประมาณ 15.6% แต่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ (-6.0%)