Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin SPG บริษัท สยามภัณฑ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

SPG กำไรพุ่ง 22% จากสงคราม!

ไฮไลท์สำคัญ: SPG โชว์ผลงานไตรมาส 1/69 กำไรสุทธิโต 22% จากสถานการณ์สงครามที่ดันยอดขายและราคาเพิ่มขึ้น รายได้ทะยาน บริษัท สยามภัณฑ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (SPG) ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 มีรายได้รวม 659.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.02% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 628.26 ล้านบาท กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ อยู่ที่ 116.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 22.28% จาก 95.34 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้รายได้และกำไรเติบโตอย่างมีนัยสำคัญมาจากการ ปรับราคาขายสินค้าขึ้นในเดือนมีนาคม 2569 ซึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน ทำให้ลูกค้ามีความต้องการซื้อสินค้าเพื่อเก็บสต็อกเพิ่มขึ้นถึง 10.82% เมื่อเทียบกับช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2569 วิกฤตเป็นโอกาส สถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของ SPG โดยตรง ทำให้บริษัทฯ ต้อง ปรับกลยุทธ์ด้วยการขึ้นราคาสินค้า ในเดือนมีนาคม เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนและความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป ในส่วนของค่าใช้จ่าย ต้นทุนขายในไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 419.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.80% จาก 415.83 ล้านบาทในไตรมาส 1/68 ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 94.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.83% จาก 92.96 ล้านบาท กำไรก่อนภาษีเงินได้อยู่ที่ 145.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.18% จาก 119.46 ล้านบาท สรุปส่งท้าย SPG สามารถ พลิกวิกฤตสงครามให้เป็นโอกาส สร้างการเติบโตของรายได้และกำไรได้อย่างน่าประทับใจในไตรมาส 1/69 การปรับตัวอย่างรวดเร็วต่อสถานการณ์และความต้องการของตลาดเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้บริษัทฯ สามารถรักษาผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งได้