Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa EKH บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน)

EKH กำไร Q1/26 ต่ำสุดของปี แต่ 2H26 เจอแรงกดดันต้นทุน!

หยวนต้าปรับคำแนะนำเป็น "Trading" มองจังหวะลงทุนตามการฟื้นตัว ไฮไลท์สำคัญ EKH คาดกำไรสุทธิ 1Q26 อ่อนตัวลง -8% YoY เหลือ 56 ล้านบาท แม้รายได้รวมยังเติบโต 3% YoY เป็น 310 ล้านบาท จาก รพ.หลักเอกชัยรายได้หดตัว แต่ธุรกิจ IVF ฟื้นตัวดี อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น รายละเอียดการวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดการณ์กำไรสุทธิ 1Q26 ของ EKH อยู่ที่ 56 ล้านบาท (-32% QoQ, -8% YoY) แม้รายได้รวมยังเติบโต 3% YoY เป็น 310 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจาก รพ.หลักเอกชัยรายได้หดตัว 4% YoY จากอัตราการครองเตียงที่ลดลง แต่ธุรกิจ IVF ของบริษัทย่อย EKI ฟื้นตัวดี โดยรายได้เติบโต 20% YoY จากการกลับมาของลูกค้าจีน ขณะที่ รพ.คูนมีอัตราการครองเตียงเกือบเต็ม และเริ่มรับรู้รายได้จากศูนย์หัวใจราว 30 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงจาก 1Q25 ที่ 41.6% เหลือ 40.1% จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทั้งจากศูนย์ใหม่และรายได้ของบริษัทแม่ที่ลดลง แต่คาดว่า 1Q26 จะเป็นจุดต่ำสุดของปี และแนวโน้ม 2Q26 จะฟื้นตัวจากฐานต่ำ และการฟื้นตัวของอุปสงค์ในธุรกิจ IVF โดยเฉพาะลูกค้าจีน ในช่วง 2H26 คาดกำไรจะกลับมาถูกกดดันอีกครั้งจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตามการเปิด รพ.ใหม่ ทั้ง รพ.คูนอ่าวนาง และ รพ.Bloom รวมถึงค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ยังสูง ส่งผลให้ภาพรวมทั้งปียังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านของการลงทุน ข้อสังเกต หยวนต้าปรับลดประมาณการกำไรปี 2026 ลง 4% เหลือ 248 ล้านบาท (-5% YoY) เพื่อสะท้อนการเติบโตของผู้ป่วยใน รพ.หลักที่ต่ำกว่าคาด แม้ยังมีปัจจัยหนุนจากการรับรู้รายได้เต็มปีของศูนย์หัวใจ การขยาย capacity ผ่านอาคาร C เพิ่มเตียง 60 เตียง และการเติบโตของโครงการใหม่ อย่างไรก็ตาม ในปีแรกของโครงการยังมีผลขาดทุนจากช่วงเริ่มต้น ทำให้กำไรระยะสั้นยังถูกกดดันก่อนจะเริ่มฟื้นตัวในปี 2027 สรุปและคำแนะนำ หยวนต้าปรับคำแนะนำจาก “ซื้อ” เป็น “Trading” และปรับมูลค่าพื้นฐานปี 2026 ลงเป็น 5.65 บาท (จากเดิม 6.30 บาท) ด้วยวิธี DCF (WACC 8.6%, Terminal growth 2.5%) สะท้อนการปรับลดประมาณการกำไร โดยมองว่าผลประกอบการยังถูกกดดันในระยะสั้นจากต้นทุนการลงทุนที่สูง อย่างไรก็ตาม ในเชิงกลยุทธ์แนะนำรอจังหวะการฟื้นตัวหลังผ่านจุดต่ำสุดใน 1Q26 โดยมี Upside ในระยะถัดไปจากการเติบโตของธุรกิจเฉพาะทาง (IVF, ศูนย์หัวใจ, จิตเวช) และโอกาสจากแผน M&A ซึ่งคาดเริ่มเห็นความชัดเจนในช่วง 2H26