Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa TOP บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

TOP: หุ้นโรงกลั่นผันผวนระยะสั้น แต่ Krungsri Securities ยังคงแนะนำ "ซื้อ" มอง Supply ตึงตัวระยะยาว

ไฮไลท์สำคัญ Krungsri Securities (KSS) มองว่าหุ้น TOP (Thai Oil) อาจมีความผันผวนในระยะสั้น แต่ยังคงแนะนำ "ซื้อ" โดยให้ราคาเป้าหมาย 56.0 บาท เนื่องจากมองว่า Supply โรงกลั่นยังคงตึงตัวในระยะยาว (ปี 2026-2028) และ TOP จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากโครงการ CFP ที่จะช่วยเพิ่มปริมาณขายและขีดความสามารถในการแข่งขัน ผลกระทบจากสถานการณ์ปัจจุบัน ผู้บริหาร TOP คาดการณ์ว่าสถานการณ์การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่คลี่คลาย จะทำให้ Petroleum Spread ลดลงสู่ระดับปกติ แม้ว่า Supply โรงกลั่นที่ได้รับผลกระทบจะต้องใช้เวลาในการกลับมาผลิตปกติ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงจะทำให้ Demand ลดลงเร็ว และจีนมีแนวโน้มส่งออกน้ำมันเพิ่มขึ้น ซึ่งจะกดดันให้ Product Spread กลับสู่ระดับปกติ บริษัทคาดว่าจะยังคงต้องแบกรับ Crude Premium ที่สูงกว่าปกติไปจนถึงไตรมาส 3/2569 เนื่องจากบริษัทต้องสั่งซื้อน้ำมันดิบล่วงหน้า 2 เดือน ข้อสังเกตและการวิเคราะห์ KSS มองว่าข้อมูลจากการประชุมนักวิเคราะห์เป็น slightly negative เนื่องจากแนวโน้มกำไรอาจชะลอตัวยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยจะค่อยๆ ชะลอตัวในไตรมาส 2-3/2569 จากแรงกดดันของ Stock Loss และค่าการกลั่นที่ลดลงเนื่องจากต้องแบกรับ Crude Premium ที่อยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม KSS ยังคงมุมมองว่า Supply โรงกลั่นที่ตึงตัวอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนเกิดสงคราม จะทำให้ภาพรวม Supply น้ำมันปี 2569 ยังคงตึงตัว และค่าการกลั่นจะอยู่ในระดับสูง คำแนะนำและการประเมินมูลค่า KSS คงคำแนะนำ "ซื้อ" สำหรับ TOP โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 56.0 บาท โดยประเมินด้วยวิธี DCF (Discounted Cash Flow) โดยมี WACC (Weighted Average Cost of Capital) ที่ 8% KSS แนะนำให้ทยอยซื้อในช่วงที่ราคาหุ้นถูกกดดันจากนโยบายรัฐ และแนวโน้มกำไรในไตรมาส 2/2569 ที่ลดลง เพื่อรอรับกำไรปกติปี 2569 ที่ฟื้นตัวสูง และรับประโยชน์จากวงจร Supply โรงกลั่นที่ตึงตัวมากที่สุดในกลุ่ม จากความได้เปรียบในการแข่งขันและปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น หลังโครงการ CFP เปิดดำเนินการเต็มรูปแบบตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2571 เป็นต้นไป