Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa TFG บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

TFG: ราคาเนื้อสัตว์อ่อนตัว ฉุดกำไร Q2 แต่ระยะยาวยังเติบโต

text-primary FSSIA ปรับลดคำแนะนำเป็น "ถือ" (HOLD) ราคาเป้าหมาย 11.30 บาท text-primary ไฮไลท์สำคัญ ราคาเนื้อสัตว์ที่อ่อนตัวลงในระยะสั้น เป็นปัจจัยกดดัน ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบกลับสูงขึ้น TFG ได้เปรียบจากการขายผ่านร้านค้าปลีกของตนเอง ทำให้ได้รับผลกระทบน้อยกว่าคู่แข่ง FSSIA ปรับลดคำแนะนำเป็น "ถือ" เนื่องจากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมามาก และมี upside จำกัด text-primary ผลกระทบจากราคาเนื้อสัตว์และกลยุทธ์ร้านค้าปลีก FSSIA ประเมินว่าแนวโน้มอุตสาหกรรมในระยะสั้นยังคง ท้าทาย จากราคาเนื้อสัตว์ที่อ่อนตัวตามอุปสงค์ที่ลดลง ราคาหมูไทยปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 58 บาท/กก. ต่ำกว่าราคาอ้างอิงของกรมการค้าภายในที่ 60.5 บาท/กก. อย่างไรก็ตาม TFG อาจได้รับผลกระทบน้อยกว่าคู่แข่งเนื่องจาก: เครือข่ายร้านค้าปลีกของตนเอง ช่วยรักษาระดับราคาขายให้สูงกว่าราคาตลาดได้ ตั้งแต่ 2Q26 เป็นต้นไป บริษัทจะหยุดขายสุกรมีชีวิต และเปลี่ยนไปขายชิ้นส่วนสุกรทั้งหมด ซึ่งมีราคาสูงกว่าประมาณ 5-7 บาท/กก. ต้นทุนวัตถุดิบสำหรับ 2H26 ได้ถูกล็อคไว้แล้ว text-primary ผลประกอบการ Q1/26 และแนวโน้ม Q2/26 TFG รายงานกำไรหลักใน 1Q26 ที่ 1.93 พันล้านบาท (+41.7% q-q, -8.5% y-y) คิดเป็น 25.4% ของประมาณการทั้งปี อย่างไรก็ตาม FSSIA คาดว่ากำไรใน 2Q26 จะทรงตัวถึงลดลง q-q และลดลง y-y เนื่องจากราคาเนื้อสัตว์ที่อ่อนตัวลง ซึ่งจะกดดันอัตรากำไรขั้นต้น บริษัทคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้ปี 2026 ที่ 10-15% y-y โดยได้แรงหนุนจากการขยายสาขาร้านค้าปลีกเป็น 850 สาขา จาก 690 สาขาใน 1Q26 นอกจากนี้ การเติบโตจะมาจากเวียดนามมากขึ้น ซึ่งบริษัทกำลังสร้างโรงงานอาหารสัตว์และขยายฟาร์มไก่ โดยโครงการเหล่านี้จะเริ่มสร้างผลกำไรใน 2H26 และมีความสำคัญมากขึ้นในปี 2027 text-primary คำแนะนำและราคาเป้าหมาย FSSIA คงประมาณการกำไรปี 2026 ไว้ที่ 7.63 พันล้านบาท (+2.5% y-y) และคงราคาเป้าหมายไม่เปลี่ยนแปลงที่ 11.30 บาท (PE 10 เท่า) แม้ว่า FSSIA จะยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อโครงสร้างธุรกิจที่ปรับปรุงดีขึ้นของบริษัท แต่หลังจากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมามาก upside ก็เริ่มจำกัด และยังขาดปัจจัยกระตุ้นในระยะสั้น ดังนั้นจึงปรับลดคำแนะนำเป็น "ถือ" (รอซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว) นอกจากนี้ บริษัทได้ประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับ 1Q26 ที่ 0.085 บาท/หุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 0.8%