2026-05-11T06:46:58+00:00 iaa TOP บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) TOP: Krungsri Securities ยังคงแนะนำ "ซื้อ" แม้กำไรระยะสั้นผันผวน ไฮไลท์สำคัญ Krungsri Securities (KSS) ยังคงแนะนำ "ซื้อ" หุ้น TOP โดยให้ราคาเป้าหมาย 56.0 บาท แม้ว่าแนวโน้มกำไรในระยะสั้นอาจผันผวนกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย แนวโน้มและวิเคราะห์ KSS มองว่า สถานการณ์ supply ของโรงกลั่นยังคงตึงตัว ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2028 ซึ่งเป็นผลดีต่อค่าการกลั่นที่ยังอยู่ในระดับสูง และ TOP จะเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดในระยะยาวจากการเปิดดำเนินการโครงการ CFP ที่จะช่วยเพิ่มทั้งปริมาณการขายและความสามารถในการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม ผู้บริหาร TOP คาดการณ์ว่า petroleum spread จะ ลดลงสู่ระดับปกติ หลังสถานการณ์การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซคลี่คลายลง แม้ว่า supply ของโรงกลั่นที่ได้รับผลกระทบจะต้องใช้เวลาในการกลับมาผลิตตามปกติ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงยังส่งผลให้ demand ลดลงเร็วขึ้น และจีนมีแนวโน้มที่จะส่งออกน้ำมันเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะกดดันให้ product spread กลับสู่ระดับปกติ นอกจากนี้ TOP ยัง ต้องแบกรับ crude premium ที่สูงกว่าปกติ ไปจนถึงไตรมาส 3/2569 เนื่องจากบริษัทต้องสั่งซื้อน้ำมันดิบล่วงหน้า 2 เดือน ทำให้มีแนวโน้มที่จะต้องรับภาระ crude premium ที่สูงกว่าปกติ ในส่วนของธุรกิจปิโตรเคมี คาดว่า product spread จะ ลดลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เนื่องจากปัญหาการขาดแคลน feedstock ที่เกิดจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซจะบรรเทาลง ในขณะที่ new capacity ใกล้เคียงเดิม แต่ demand ลดลงจากผลกระทบของราคาพลังงาน ข้อสังเกต KSS มองว่าข้อมูลจากการประชุมนักวิเคราะห์เป็น slightly negative เนื่องจากแนวโน้มกำไรที่ผันผวนอาจลากยาวกว่าที่คาดไว้ โดยจะค่อยๆ ชะลอตัวในไตรมาส 2-3/2569 ตามทิศทางธุรกิจโรงกลั่นที่มีแรงกดดันจากความผันผวนของ stock loss และค่าการกลั่นที่ลดลง อย่างไรก็ตาม KSS ยังคง มุมมองเชิงบวกต่อ supply โรงกลั่นที่ตึงตัว ซึ่งจะช่วยหนุนให้กำไรปกติในปี 2569 เติบโต +64% y-y สรุป KSS ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" หุ้น TOP โดยให้ราคาเป้าหมาย 56.0 บาท มองว่าสามารถทยอยซื้อได้ในช่วงที่ราคาหุ้นถูกกดดันจากนโยบายรัฐและแนวโน้มกำไรในไตรมาส 2/2569 ที่ลดลง เพื่อรับกำไรปกติในปี 2569 ที่ฟื้นตัวสูง และในระยะยาวจะได้รับประโยชน์จากวงจร supply โรงกลั่นที่ตึงตัวมากที่สุดในกลุ่ม จากความได้เปรียบในการแข่งขันและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นหลังโครงการ CFP เปิดดำเนินการเต็มรูปแบบตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2571 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ราคาเป้าหมาย 56.0 บาท มาจากการประเมินมูลค่าด้วยวิธี DCF (Discounted Cash Flow) โดยมี WACC (Weighted Average Cost of Capital) ที่ 8%