2026-05-08T06:46:43+00:00 iaa CK บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) CK (ช.การช่าง) กำไร Q1/26 ทรงตัว แต่แนวโน้ม Q2/26 สดใส โบรกเกอร์ FSSIA คงคำแนะนำ "ถือ" ราคาเป้าหมาย 19 บาท ไฮไลท์สำคัญ FSSIA คาดการณ์กำไรสุทธิ Q1/26 ของ CK ที่ 280 ล้านบาท ทรงตัว YoY แต่ลดลง 37% QoQ จากส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ลดลงตามปัจจัยฤดูกาล อย่างไรก็ตาม รายได้จากการก่อสร้างยังคงแข็งแกร่ง และคาดว่าจะเติบโต QoQ และ YoY ผลการดำเนินงานและประมาณการ FSSIA คาดการณ์รายได้จากการก่อสร้างใน Q1/26 ที่ 12.2 พันล้านบาท (+17% QoQ, +3% YoY) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 8 ปี โดยได้แรงหนุนจากความคืบหน้าของโครงการต่างๆ เช่น รถไฟฟ้าสายสีส้ม, โรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง และโครงการรถไฟทางคู่เด่นชัย อัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะอยู่ที่ 7.5% ใกล้เคียงกับ 7.7% ใน Q1/25 และดีขึ้นจาก 6.9% ใน Q4/25 ที่ได้รับผลกระทบจากค่าใช้จ่ายพิเศษ สำหรับแนวโน้ม Q2/26 FSSIA คาดว่าโมเมนตัมกำไรจะปรับตัวดีขึ้น QoQ จากการฟื้นตัวตามฤดูกาลของส่วนแบ่งกำไรจาก BEM และ CKP รวมถึงรายได้เงินปันผลจาก TTW นอกจากนี้ ความกังวลเกี่ยวกับการตั้งสำรองที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ถนนทรุดตัวในโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงได้คลี่คลายลง หลังจากการสอบสวนสรุปว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากความประมาทเลินเล่อของผู้รับเหมา และบริษัทน่าจะสามารถเคลมค่าสินไหมทดแทนจากประกันภัยได้เต็มจำนวน FSSIA ประเมินว่าผลกระทบจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงสามารถจัดการได้ เนื่องจากงานก่อสร้างประมาณ 60% เป็นงานที่ทำโดยผู้รับเหมาช่วง และบริษัทได้ซื้อเหล็กล่วงหน้าครอบคลุมโครงการส่วนใหญ่อยู่แล้ว บริษัทยังคงเป้าหมายอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ 7-8% ข้อสังเกตและปัจจัยที่ต้องติดตาม ราคาหุ้น CK ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว 10% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และ 56% YTD ทำให้ Upside เหลือน้อยเมื่อเทียบกับราคาเป้าหมายของ FSSIA ที่ 19 บาท อย่างไรก็ตาม หุ้นยังคง Laggard เมื่อเทียบกับ STECON ในแง่ของผลตอบแทนราคาหุ้น และยังคงได้รับประโยชน์จาก Sentiment เชิงบวกในระยะสั้นเกี่ยวกับแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล FSSIA มองว่า CK ยังคงอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่จะได้รับโครงการเพิ่มเติมจาก BEM และคาดหวังความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับการประมูลโครงการใหม่ๆ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 รวมถึงโครงการทางด่วน Double Deck ที่อยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี สรุป FSSIA คงคำแนะนำ "ถือ" สำหรับ CK โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 19 บาท อิงจากการประเมินมูลค่าแบบ SoTP (Sum-of-the-Parts) โดยมองว่าหุ้นยังคงได้รับประโยชน์จาก Sentiment เชิงบวกเกี่ยวกับโครงการลงทุนภาครัฐ และมีโอกาสที่จะได้รับโครงการใหม่ๆ เพิ่มเติมในอนาคต