Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin ITNS บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เน็ตเวิร์ค ซิสเต็ม จำกัด (มหาชน)

ITNS รายได้พุ่ง 58.70% แต่กำไรลด! ไตรมาส 1/69 รับผลกระทบต้นทุนพุ่ง

ไฮไลท์การเติบโต: รายได้พุ่งแรง 59% บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนลเน็ตเวิร์กซิสเต็ม จำกัด (มหาชน) หรือ ITNS เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ด้วยการเติบโตที่โดดเด่น โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 2,926.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 59% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 1,924.9 ล้านบาท แรงหนุนสำคัญมาจากการส่งมอบโครงการภาครัฐขนาดใหญ่ตาม Backlog ที่สะสมมาจากสิ้นปี 2568 พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ขยายฐานลูกค้าภาคเอกชนเพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาภาครัฐเพียงอย่างเดียว "บริษัทมุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าให้หลากหลายขึ้น โดยเฉพาะภาคเอกชน เพื่อลดความพึ่งพาจากภาครัฐ พร้อมนำโซลูชัน AI เข้ามาสนับสนุน Digital Transformation เพื่อสร้างรายได้ใหม่" เจาะลึกตัวเลขผลการดำเนินงาน แม้รายได้จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่ในด้านอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 9.4% หรือลดลง 15 ppts เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งผู้บริหารชี้แจงว่าเป็นผลจากกลยุทธ์การเข้าสู่ตลาดใหม่ที่ต้องเสนอราคาแข่งขันสูง อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดีขึ้น โดยค่าใช้จ่ายการขายลดลง 17% QoQ สำหรับยอด Backlog ปัจจุบันอยู่ที่ 359,000 ล้านบาท โดยรายได้หลัก 85% ยังคงมาจากธุรกิจงานขายและติดตั้งที่เป็นรายได้แบบ One-Time ข้อสังเกตและปัจจัยท้าทาย แม้ภาพรวมรายได้จะเติบโต แต่สิ่งที่นักลงทุนต้องจับตามองคือการบริหารจัดการมาร์จิ้นให้กลับสู่ระดับปกติ โดยบริษัทมองว่าภาวะกำไรที่ลดลงเป็นเพียงสถานการณ์ชั่วคราวจากการบุกตลาดใหม่ นอกจากนี้ ปัจจัยภายนอกอย่างการเติบโตของ Digital Transformation ทั้งในภาครัฐและเอกชนยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก แต่ก็ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่เข้มข้นในกลุ่ม System Integrator (SI) โดยเฉพาะงานโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย สรุปทิศทางและเป้าหมายในอนาคต ITNS ตั้งเป้าหมายรายได้รวมปี 2569 ไว้ที่ 700 ล้านบาท (จากงานใหม่ที่รอเซ็นสัญญาอีกกว่า 70,000 ล้านบาท) พร้อมวางเป้าหมายระยะยาว 3-5 ปี ในการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจงานบริการดูแลรักษา (MA) และงานเช่า (Lease) ให้ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 20-30% จากเดิมที่ 14% เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน โดยคาดการณ์ว่าผลประกอบการในไตรมาส 3 และ 4 จะมีความโดดเด่นกว่าไตรมาสแรกจากการส่งมอบงานต่อเนื่อง เจาะประเด็นร้อน (Q&A) กลยุทธ์การทำกำไร: ผู้บริหารยืนยันว่ามาร์จิ้นที่ลดลงเกิดจากการเปิดตลาดใหม่ และในอนาคตจะเน้นคัดเลือกโครงการที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้นเพื่อประคับประคองมาร์จิ้นให้กลับมาอยู่ในระดับเป้าหมาย การขยายฐานเอกชน: บริษัทประสบความสำเร็จในการเพิ่มลูกค้าเอกชนกว่า 30 รายในปีก่อนหน้า และจะรุกตลาดนี้ต่อเนื่องผ่านทีมขายเฉพาะทาง แนวโน้มไตรมาส 2: คาดการณ์ว่าผลประกอบการจะดีกว่าไตรมาสแรก เนื่องจากมีรายได้จากงาน MA และงานเช่าเข้ามาสนับสนุน ธุรกิจ Data Center: ยังคงเห็นโอกาสเติบโตต่อเนื่องในกลุ่ม Data Center Onsite ที่ลูกค้าเป็นเจ้าของเอง