Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa TU บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

TU (ไทยยูเนี่ยน) กำไรปกติ Q1/69 สูงกว่าคาด INVX แนะ "Outperform" ราคาเป้าหมาย 15.5 บาท

ไฮไลท์สำคัญ: รายได้โตสวนกระแสโลก บริษัท ไทยยูเนียน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU โชว์ฟอร์มแกร่งในไตรมาส 1/2569 ท่ามกลางความท้าทายจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยบริษัทสามารถทำรายได้รวมที่ 3,254 ล้านบาท เติบโต 7.6% YoY และมีกำไรสุทธิ 1,113 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.2% YoY แม้จะต้องเผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการโครงสร้างหนี้ได้ดีเยี่ยม โดยมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net Debt to Equity) ลดลงเหลือ 1.17 เท่า "การทรานฟอร์เมชันภายในอย่างต่อเนื่องช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ทำให้ TU ยังคงรักษาระดับกำไรและอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ แม้เผชิญปัจจัยลบจาก US Tariff เต็มปี" เจาะลึกผลการดำเนินงาน: Pet Care ดาวเด่นทำกำไร ในด้านผลการดำเนินงานรายกลุ่มธุรกิจ ธุรกิจ Pet Care ถือเป็นพระเอกหลัก โดยมียอดขาย 515 ล้านบาท พุ่งสูงถึง 23% YoY และมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 24.9% จากการปรับสัดส่วนสินค้าพรีเมียม (Premium Mix) ได้ถึง 51.5% ในขณะที่ธุรกิจ Frozen มียอดขาย 940 ล้านบาท เติบโต 12% และธุรกิจ Ambient มียอดขาย 1,051 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.5% อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นรวมของบริษัทปรับลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 18.2% จากผลกระทบของ US Tariff ที่ส่งผลเต็มปี ทั้งนี้ บริษัทยังคงรักษาระดับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SCNA to Sales) ให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสมที่ 13.5–14.5% ข้อสังเกตและปัจจัยท้าทาย แม้ผลประกอบการจะออกมาเป็นบวก แต่ TU ยังคงต้องเฝ้าระวังปัจจัยภายนอกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะนโยบาย US Tariff และ Anti-Dumping Duty ที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ในตลาดสหรัฐฯ รวมถึงความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทั้งนี้ บริษัทมีการตั้งรายการค่าใช้จ่ายครั้งเดียว (One-Time Expense) จากภาษี (Tax Loss) รวม 361 ล้านบาท ซึ่งเป็นประเด็นที่นักลงทุนควรติดตามการบริหารจัดการในไตรมาสถัดไป สรุปทิศทางอนาคต สำหรับเป้าหมายปี 2569 TU วางแผนรักษาระดับรายได้เติบโต 3–4% YoY และตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนธุรกิจสูงมูลค่า (High-Margin Business) ทั้ง Pet Care และ Value Added ให้ขยับขึ้นเป็น 25–30% จากปัจจุบันที่ 23% พร้อมเดินหน้าขยายตลาดใหม่ในเอกวาดอร์เพื่อเสริมศักยภาพการผลิตอาหารสัตว์ (Feed Business) ที่มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นถึง 80% เพื่อมุ่งสู่การเป็น Global Brand อย่างเต็มตัวในระยะ 3–5 ปีข้างหน้า เจาะประเด็นร้อน (Q&A) แผนเพิ่มสัดส่วนรายได้: ตั้งเป้าดันธุรกิจ Pet Care และ Value Added เป็น 25–30% โดยเน้นสินค้า High-Margin และลดการพึ่งพา OEM ผลกระทบ US Tariff: แม้กระทบ Gross Profit Margin แต่ชดเชยได้ด้วยการปรับราคาสินค้าและปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นในกลุ่ม Ambient และ Pet Care การคืนภาษี (US Tariff Refund): คาดได้รับเงินคืนภายใน 60–90 วันสำหรับกลุ่ม Ambient และ Pet Care ส่วนกลุ่ม Frozen อาจใช้เวลาประเมิน 6 เดือนถึง 3 ปี การลงทุนในเอกวาดอร์: เป็นฐานการผลิตที่มั่นคง มี GDP เติบโต 1.5–3% ต่อปี และช่วยเพิ่ม Capacity ในธุรกิจ Feed ได้ถึง 80%