Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin MAJOR บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)

MAJOR กำไรพุ่ง 126% ในไตรมาส 1/69! หนังดังหนุน, คุมต้นทุนอยู่หมัด

ไฮไลท์สำคัญ: MAJOR ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป โชว์ผลงานไตรมาส 1/69 สุดปัง! กำไรสุทธิพุ่งขึ้นถึง 126% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขานรับหนังฟอร์มยักษ์ทั้งไทยและฮอลลีวูดที่เข้าฉาย พร้อมบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ รายได้และกำไร: รายได้รวมของ MAJOR ในไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 1,614 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากธุรกิจโรงภาพยนตร์ จากภาพยนตร์ดังอย่าง "สัปเหร่อ 2" และ "Avatar 3: Fire and Ash" ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 75 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 126% จาก 33 ล้านบาทในปีก่อนหน้า นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถ ลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ลง 5% จาก 479 ล้านบาท เหลือ 453 ล้านบาท ทำให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมลดลงจาก 34% เหลือ 28% อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจากการปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรธุรกิจ Concession การบริหารต้นทุนค่าสาธารณูปโภค และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน สินทรัพย์และหนี้สิน: ณ สิ้นไตรมาส 1/69 MAJOR มีสินทรัพย์รวม 12,383 ล้านบาท และหนี้สินรวม 7,583 ล้านบาท ทั้งสองรายการ ลดลง 3% จากสิ้นปี 2568 ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 4,800 ล้านบาท ลดลง 3% จากผลของการสำรองหุ้นซื้อคืน อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.61 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net D/E Ratio) อยู่ที่ 0.52 เท่า ข้อสังเกตและพัฒนาการที่สำคัญ: MAJOR ได้มีการปรับโครงสร้างสาขาโรงภาพยนตร์ โดย ปิดให้บริการโรงภาพยนตร์ในสาขาเดอะ สกาย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (4 โรง) และไอคอนสยาม (5 โรง) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสาขา นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงดำเนิน โครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 ได้ดำเนินการซื้อหุ้นคืนแล้วจำนวน 52,715,500 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 6.96 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 371.57 ล้านบาท MAJOR ยังคงจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 เป็นเงินสดให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญในอัตรา 0.25 บาทต่อหุ้น สรุป: MAJOR ประสบความสำเร็จในการสร้างการเติบโตของรายได้และกำไรในไตรมาส 1/69 จากการเข้าฉายของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แม้ว่าจะมีปัจจัยเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม แต่บริษัทฯ ยังคงมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและมีโอกาสในการเติบโตในอนาคต