Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin TYCN บริษัทไทยคูน เวิลด์ไวด์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

TYCN รายได้พุ่ง 100% แต่กำไรกลับดิ่ง! เกิดอะไรขึ้นกับ ไทยคูน เวิลด์ไวด์ กรุ๊ป?

ไทยคูน เวิลด์ไวด์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TYCN โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 รายได้รวมโตกระโดด แต่กำไรกลับลดลงอย่างน่าใจหาย มาดูกันว่าเกิดอะไรขึ้น! ไฮไลท์สำคัญ: รายได้โต แต่กำไรหด TYCN รายได้รวมในไตรมาส 1 ปี 2569 พุ่งขึ้นถึง 100.74% คิดเป็น 2,501.23 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 1,245.98 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ กลับขาดทุนสุทธิ 6 ล้านบาท ในขณะที่ไตรมาส 1 ปี 2568 มีกำไรสุทธิ 24 ล้านบาท ซึ่งลดลงถึง 125.72% เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลง: ยอดขายเหล็กเพิ่ม, รวมงบ SYK, ต้นทุนพุ่ง การเติบโตของรายได้มาจาก ยอดขายเหล็กลวดและเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น และการรวมงบการเงินของบริษัทย่อย SYK เข้ามาในงบการเงินรวมของบริษัทฯ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายก็เพิ่มขึ้นถึง 114.11% เป็น 2,396.97 ล้านบาท เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายและการรวมงบการเงินของ SYK นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้นยังลดลงจาก 8.98% ในไตรมาส 1 ปี 2568 เป็น 3.24% ในไตรมาส 1 ปี 2569 เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิตเหล็กลวดและค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้น รวมถึงผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน สินทรัพย์และหนี้สิน: เพิ่มขึ้นทั้งคู่ สินทรัพย์รวมของ TYCN เพิ่มขึ้น 3.43% เป็น 6,638.17 ล้านบาท ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 จาก 6,418.01 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 โดยมาจากการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์หมุนเวียน เช่น เงินสด ลูกหนี้การค้า และเงินจ่ายล่วงหน้าค่าสินค้าและบริการ ในขณะที่ หนี้สินรวมก็เพิ่มขึ้น 11.02% เป็น 2,240.23 ล้านบาท เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเล็กน้อย 0.05% เป็น 4,397.94 ล้านบาท เนื่องจากผลขาดทุนในไตรมาส 1 ปี 2569 สรุป: TYCN ต้องเร่งเครื่องลดต้นทุน เพิ่มกำไร แม้ว่า TYCN จะมีรายได้ที่เติบโตอย่างน่าประทับใจ แต่การที่กำไรกลับลดลงอย่างมากเป็นสิ่งที่ต้องจับตามอง บริษัทฯ จำเป็นต้อง เร่งบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมถึง ลดผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อกลับมาสร้างผลกำไรที่ยั่งยืนได้ในอนาคต