2026-05-05T06:47:24+00:00 iaa TTB ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) TTB เดินหน้าซื้อหุ้นคืนรอบใหม่! โบรกฯ ชี้ช่วยจำกัดความเสี่ยงขาลง ไฮไลท์สำคัญ: ปรับกลยุทธ์สู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ ในไตรมาส 1 ปี 2569 ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) เดินหน้ากลยุทธ์ "บริหารจัดการความเสี่ยงเชิงลึก" ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและปัจจัยกดดันจากราคาที่อยู่อาศัยในกลุ่มรายได้ต่ำ ธนาคารตัดสินใจเปลี่ยนผ่านจากการเน้นปริมาณสินเชื่อ มาเป็นการ "เติบโตแบบมีคุณภาพ (Quality Growth)" โดยมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ระดับกลางถึงสูง พร้อมรุกหนักธุรกิจดิจิทัลและ Wealth Management เพื่อสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมที่ยั่งยืน "เรากำลังเปลี่ยนผ่านจากสินเชื่อทั่วไปสู่การเติบโตที่มีคุณภาพสูงขึ้น โดยใช้เครื่องมือดิจิทัลและบริการ Wealth Management เป็นหัวหอกสำคัญในการสร้างรายได้ที่มั่นคง" เนื้อหาผลการดำเนินงาน: รายได้ค่าธรรมเนียมพุ่งแรง ผลการดำเนินงานในไตรมาสนี้สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจค่าธรรมเนียม (Fee Income) ที่เติบโตโดดเด่นถึง +37% YoY (Non-AI) โดยเฉพาะจากธุรกิจ Mutual Fund และ Structure Note ในขณะที่ตัวเลขทางการเงินอื่นๆ มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ ได้แก่ NIM ปรับตัวเพิ่มขึ้น +7bps QoQ จากการบริหารต้นทุนเงินฝากและปรับพอร์ตสินเชื่อไปสู่กลุ่มที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น ส่วน ROE ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 8.6% สะท้อนการใช้ทุนอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม Loan Growth ปรับตัวลดลง -2% YoY เนื่องจากความระมัดระวังของลูกค้ากลุ่ม Corporate และภาวะราคาสินค้าคงทนที่ชะลอตัว ด้าน NPL Ratio เพิ่มขึ้นเล็กน้อย +0.3% แต่ยังคงอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ดีกว่าช่วงโควิด ส่วน LDR ปรับตัวจาก 95% มาอยู่ที่ 94% เพื่อเพิ่มสภาพคล่องรองรับความไม่แน่นอน ข้อสังเกต: ความท้าทายจากปัจจัยภายนอก แม้ธุรกิจ Wealth Management จะเติบโตได้ดี แต่ธนาคารยังเผชิญกับแรงกดดันจาก ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าองค์กร นอกจากนี้ การเข้ามาของ Virtual Bank ยังสร้างแรงกดดันด้านราคา (Pricing Pressure) ในกลุ่มลูกค้ารายย่อย ทั้งนี้ ธนาคารยังคงยึดมั่นในนโยบายการตั้งสำรองที่เข้มงวด (Staging Policy) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากพอร์ตสินเชื่อเดิม พร้อมกับเร่ง Cross-Sell ผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทางดิจิทัล เช่น Cash Your Book (CYB) และ Cash Your Home (CYH) เพื่อรักษาฐานลูกค้าคุณภาพ สรุปทิศทาง: มุ่งสู่เป้าหมายรายได้ค่าธรรมเนียม 40% สำหรับเป้าหมายในระยะสั้น (Q2–Q4/2569) TTB มุ่งเน้นการรักษา NIM ให้เติบโตในกรอบ +3–4bps และคุม NPL Ratio ไม่ให้เกิน 2.9% ส่วนในระยะยาว (ปี 2567–2568) ธนาคารตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากค่าธรรมเนียมให้ถึง 40% จากปัจจุบันที่ประมาณ 30% ผ่านความร่วมมือกับ TNS และการขยายบริการ Wealth Management อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับกำไรสุทธิโดยไม่พึ่งพาเพียงรายได้จากดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว เจาะประเด็นร้อน (Q&A) แนวโน้ม Loan Growth: มีโอกาสต่ำกว่าเป้าหมายเนื่องจากแรงกดดันจากราคาสินค้าคงทนและลูกค้า Corporate ที่ระมัดระวังการกู้ยืม การเติบโตของ Fee Income: มีแนวโน้มสูงกว่าเป้าหมาย โดยเฉพาะจาก Wealth Business ที่เติบโตแข็งแกร่งถึง +37% YoY การบริหาร NPL: เน้นใช้ Staging Policy อย่างเข้มงวดในพอร์ตสินเชื่อกลุ่มเสี่ยง เช่น You Fight We Health มุมมองดอกเบี้ยนโยบาย: คาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะไม่ปรับลดลงไปมากกว่านี้ เนื่องจากยังมีช่องว่างในการบริหารจัดการเงินเฟ้อในอนาคต