Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin TEKA บริษัท ฑีฆาก่อสร้าง จำกัด (มหาชน)

TEKA กำไรพุ่ง 294% ในไตรมาส 1/69! รับอานิสงส์โครงการใหม่ ดัน Backlog ทะลุ 3.5 พันล้าน

ไฮไลท์สำคัญ: รายได้พุ่งแรงพร้อมกลยุทธ์กระจายความเสี่ยง TEKA โชว์ฟอร์มแกร่งในไตรมาส 1/2569 ด้วยการเติบโตของรายได้กว่า 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยทำรายได้ไปที่ 518 ล้านบาท (จากเดิม 558 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ) พร้อมรักษาอัตรากำไรสุทธิไว้ที่ 3% และอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ที่ระดับ 10.8% โดยมีงานในมือ (Backlog) แข็งแกร่งอยู่ที่ 2,200 ล้านบาท พร้อมเดินหน้ากระจายพอร์ตสู่กลุ่ม Non-Residential อย่างเต็มตัว "เรามุ่งเน้นการขยายพอร์ตรายได้จากภาคเอกชนกลุ่ม Non-Residential เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาโครงการที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว พร้อมบริหารต้นทุนอย่างเข้มงวดเพื่อรักษาอัตรากำไรในระดับสิบเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป" เจาะลึกผลการดำเนินงานและกลยุทธ์การเติบโต บริษัทประสบความสำเร็จจากการรับรู้รายได้ในโครงการสำคัญ เช่น พานุล่า, เวียร์ สุขุมวิทย์ 11 และโรงเรียนนานาชาติรัฟเฟิ่ล โดยมีกลยุทธ์หลักคือการล็อกราคาเหล็กเส้นล่วงหน้าเพื่อคุมต้นทุน และการใช้ระบบ QC ลดค่าใช้จ่ายจากงานแก้ไข (Defects) ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเป็นไปตามเป้าหมาย ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้ารับรู้รายได้รวมทั้งปี 2569 ไว้ที่ 2,000 ล้านบาท โดยคาดการณ์ว่าไตรมาส 2 และ 3 จะเป็นช่วงที่ผลประกอบการโดดเด่นที่สุดจากการส่งมอบงานหลายโครงการพร้อมกัน ข้อสังเกตจากมุมมองผู้บริหาร แม้บริษัทจะมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและไม่มีภาระหนี้สิน แต่ผู้บริหารยังคงดำเนินนโยบายด้วยความระมัดระวัง โดยมองว่าภาวะเศรษฐกิจและนโยบายสินเชื่อที่เข้มงวดของสถาบันการเงินยังเป็นปัจจัยกดดันตลาดอสังหาริมทรัพย์ ทำให้บริษัทเลือกที่จะชะลอการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ เช่น โรงแรมหรือโรงพยาบาลออกไปก่อน และเน้นการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไปไม่เกิน 20% ในปีนี้ เพื่อรักษาเสถียรภาพท่ามกลางความท้าทายด้านแรงงานและเศรษฐกิจมหภาค สรุปทิศทางอนาคต TEKA กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ผู้รับเหมาที่มีความหลากหลายมากขึ้น โดยมุ่งเน้นกลุ่มโรงเรียนนานาชาติและห้างโลตัส ซึ่งเป็น New Sector ที่จะช่วยลดความผันผวนจากตลาดคอนโดมิเนียม โดยบริษัทตั้งเป้าเติมงานใหม่เพิ่มอีก 1,500 ล้านบาท ในไตรมาส 2-3 เพื่อรักษาระดับ Backlog ให้เพียงพอต่อการรับรู้รายได้ในระยะยาว พร้อมจับตาดูนโยบายรัฐบาลและภาพรวม GDP ในปีหน้าเพื่อตัดสินใจขยายการลงทุนครั้งใหญ่ต่อไป เจาะประเด็นร้อน (Q&A) แนวโน้มไตรมาส 2: คาดรายได้เติบโตต่อเนื่องในระดับ 500-600 ล้านบาทต่อไตรมาส การบริหารงานกลุ่มโลตัส: เป็นธุรกิจใหม่ที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางสูง โดยบริษัทหวังให้เป็นลูกค้ารายใหญ่ในระยะยาว แผนลงทุนต่างประเทศ: ยังไม่มีแผนไปเวียดนามในขณะนี้ เนื่องจากปัจจัยภายในประเทศของเวียดนามยังมีความไม่แน่นอนสูง เป้าหมายรายได้: ยังคงเป้าหมายปีนี้ที่ 2,000 ล้านบาท โดยเน้นการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนมากกว่าการเร่งตัวแบบก้าวกระโดดท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังกดดัน