Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa TIDLOR บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)

TIDLOR กำไร Q1/69 สดใส! INVX ชี้ Credit Cost ลดหนุน แต่หั่นเป้าเล็กน้อย

INVX คาด TIDLOR กำไร Q1/69 โต 11% YoY จาก Credit Cost ที่ลดลง คงคำแนะนำ "OUTPERFORM" แม้ปรับราคาเป้าหมายลงเล็กน้อย ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ (INVX) คาดการณ์ผลประกอบการ บมจ. ติดล้อ โฮลดิ้งส์ (TIDLOR) ในไตรมาส 1 ปี 2569 จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 37% QoQ และ 11% YoY ปัจจัยหลักมาจากการ ลดลงของ Credit Cost อันเนื่องมาจากคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้น รายละเอียดการวิเคราะห์ INVX คาดการณ์กำไรสุทธิ 1Q69 ของ TIDLOR จะอยู่ที่ 1.35 พันล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนดังนี้: Credit Cost: ลดลง 73 bps QoQ และ 10 bps YoY มาอยู่ที่ 2.9% จากการจัดเก็บหนี้ที่ดีขึ้นและการตัดจำหน่ายหนี้สูญที่ลดลง การเติบโตของสินเชื่อ: ชะลอตัวลงเล็กน้อยที่ +0.85% QoQ (+5.4% YoY) จากปัจจัยฤดูกาลและนโยบายปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้นในพื้นที่น้ำท่วม NIM: ลดลง 38 bps QoQ แต่เพิ่มขึ้น 42 bps YoY จากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง Non-NII: ลดลง 13% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 6% YoY อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้: ลดลง 311 bps QoQ และ 8 bps YoY อย่างไรก็ตาม INVX ได้ปรับลดประมาณการกำไรปี 2569 ลง 3% เพื่อสะท้อนผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยปรับลดสมมติฐานการเติบโตของสินเชื่อลงจาก 8% เป็น 6% และปรับเพิ่มสมมติฐาน Credit Cost ขึ้น 15 bps เป็น 2.95% ข้อสังเกตและปัจจัยเสี่ยง INVX มองว่า TIDLOR ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม ได้แก่: ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและแรงกดดันเงินเฟ้อจากวิกฤตพลังงาน ความเสี่ยงด้าน Credit Cost จากราคารถยนต์มือสองที่ลดลง ความเสี่ยงด้าน NIM จากความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ ความเสี่ยงด้าน ESG จากการให้บริการลูกค้าอย่างเป็นธรรม สรุปและคำแนะนำ INVX ยังคงคำแนะนำ "OUTPERFORM" สำหรับ TIDLOR แม้จะปรับราคาเป้าหมายลงจาก 22 บาท เป็น 21 บาท (อิง PBV 1.6 เท่า หรือ PE 11 เท่า สำหรับปี 2569) เพื่อสะท้อนการปรับประมาณการกำไรลดลงและความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ที่สูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ราคาเป้าหมายใหม่นี้คำนวณโดยอิงจาก PBV (Price to Book Value) ที่ 1.6 เท่า หรือ PE (Price to Earnings Ratio) ที่ 11 เท่า สำหรับประมาณการปี 2569