Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa PTTGC บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)

PTTGC จับมือ SCGC ตั้ง JV เสริมแกร่งธุรกิจระยะยาว

PTTGC ผนึกกำลัง SCGC จัดตั้ง Joint Venture ธุรกิจโอเลฟินส์และโพลีโอเลฟินส์ในไทย เสริมความแข็งแกร่ง ลดความผันผวนในระยะยาว PTTGC และ SCGC ลงนาม MoU (บันทึกความเข้าใจ) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง Joint Venture (JV) โดยจะครอบคลุมธุรกิจโอเลฟินส์และโพลีโอเลฟินส์ในประเทศไทย ซึ่งมีฐานหลักที่มาบตาพุด แต่ไม่รวมสินทรัพย์ต้นน้ำ (โรงกลั่น) หรือธุรกิจ specialty chemicals (เช่น allnex) โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อรวมสินทรัพย์และขีดความสามารถที่เสริมกันได้ของทั้ง 2 บริษัท ASPS มอง JV เป็น Strategic Reset ลดความเสี่ยง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน บล.เอเซียพลัส (ASPS) มองว่า JV นี้ถือเป็น Strategic reset ของ PTTGC ในช่วงขาลงของวัฏจักรปิโตรเคมี ซึ่งจะช่วยลด downside risk จากการลงทุนขยายกำลังผลิตใหม่ในตลาดที่มีภาวะ oversupply รวมถึงเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว จากการมี integration และ economy of scale โดย PTTGC จะเสริมจุดแข็งด้าน Upstream และ Feedstock flexibility ขณะที่ SCGC จะเสริมด้าน Downstream, HVA และ R&D ทำให้สร้างฐานกำไรให้มีเสถียรภาพมากขึ้น ข้อสังเกตและประเด็นที่ต้องติดตาม ASPS มองว่าการรวมสินทรัพย์ที่ตั้งใกล้กันในมาบตาพุด จะช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์, utility, maintenance และ overhead รวมถึงสามารถเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตผ่านการวางแผนกำลังผลิตร่วมกัน ซึ่งถือเป็นการ Optimization ทั้ง Value Chain ตั้งแต่ feedstock → olefins → polyolefins ส่งผลให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลงอย่างยั่งยืน ทำให้ EBITDA ของธุรกิจ commodity ผันผวนน้อยลงในระยะยาว นอกจากนี้ คาดว่าจะช่วยเพิ่มความสามารถในการปรับ product mix ผสานพอร์ต commodity polyolefins กับ HVA / differentiated products ของ SCGC รวมถึงเลือกตลาดและ segment ที่ให้ margin สูงกว่าแยกกันอยู่ได้ สรุปและคำแนะนำ ASPS มองว่า JV ระหว่าง PTTGC และ SCGC เป็นการวางโครงสร้างใหม่เพื่อความแข็งแกร่งระยะยาวมากกว่าจะเป็นดีลสร้างกำไรระยะสั้น โดยมีเป้าหมายช่วยลดความผันผวนของธุรกิจ commodity และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรม ดังนั้น สำหรับการลงทุนระยะยาวมีมุมมองเชิงบวก เนื่องจาก JV จะช่วยลด downside ของ cycle และเพิ่ม resilience แต่หากเป็นการลงทุนระยะสั้น คาดว่าดีลนี้ยังขาดตัวเลขที่ทำให้เห็นภาพบวก ยังต้องติดตามในอีกหลายประเด็น อาทิ ขอบเขตสินทรัพย์ที่โอนเข้า JV, การถือหุ้นและการควบคุมบริหาร และบทบาท PTTGC หลัง JV โดยเฉพาะการใช้เงินลงทุน และผลกระทบต่องบดุล เป็นต้น