Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa KCG บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

KCG กำไร Q1/26 ยังแกร่ง! FSSIA ชี้เป้า 11 บาท มองธุรกิจบิสกิตฟื้นตัว

text-primary FSSIA ยังคงแนะนำ "ซื้อ" KCG โดยให้ราคาเป้าหมาย 11 บาท อิงจาก P/E ปี 2569 ที่ 9.3 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 11.3 เท่า และมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจ 5.9% text-primary ไฮไลท์สำคัญ FSSIA คาดการณ์กำไรสุทธิ Q1/26 ของ KCG ยังคงแข็งแกร่ง แม้จะลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (q-q) เนื่องจากเป็นช่วง High Season แต่ยังคงเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (y-y) โดยได้แรงหนุนจากต้นทุนวัตถุดิบที่ทรงตัวและอัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่ง text-primary ผลการดำเนินงานที่คาดการณ์ FSSIA คาดการณ์กำไรสุทธิ Q1/26 อยู่ที่ 144 ล้านบาท ลดลง 25.5% q-q ตามฤดูกาล แต่เพิ่มขึ้น 18.1% y-y โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการเนยและชีสที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจบิสกิตคาดว่าจะฟื้นตัวได้ดีจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่และแคมเปญส่งเสริมการขาย ต้นทุนวัตถุดิบคงที่ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 31.2% ใกล้เคียงกับ Q4/25 ที่ 32.1% และ Q1/25 ที่ 31.1% สำหรับ Q2/26 คาดว่ากำไรจะลดลงเล็กน้อย q-q ตามฤดูกาล แต่ยังคงเติบโต y-y โดยผลกระทบจากต้นทุนค่าขนส่งและบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้นจะยังคงจำกัด FSSIA ยังคงประมาณการการเติบโตของกำไรสุทธิปี 2569 ที่ +13.3% y-y text-primary ข้อสังเกตและปัจจัยที่ต้องจับตา FSSIA มองว่า KCG เป็นหุ้น Defensive Stock เนื่องจากมีส่วนแบ่งการตลาดอันดับต้นๆ ในตลาดเนย (c55%) และชีส (31.6%) บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจทั้งในฐานะผู้ผลิตและผู้ค้า มี Brand ที่แข็งแกร่งมานานกว่า 60 ปี ผลการดำเนินงานค่อนข้างมีเสถียรภาพแม้ในช่วง COVID-19 ตลาดเนยและชีสคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 5-7% ต่อปี และ FSSIA คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิของ KCG จะเติบโต CAGR ที่ 11.6% ในปี 2569-2571 โดยได้รับการสนับสนุนจากความต้องการที่เพิ่มขึ้น การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มี Margin สูง และการขยายกำลังการผลิตทั้งในสายการผลิต IWS และเนย text-primary สรุปการลงทุน FSSIA ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" KCG โดยให้ราคาเป้าหมาย 11 บาท เนื่องจากมองว่าราคาหุ้นยังไม่แพงเมื่อเทียบกับศักยภาพในการเติบโตและอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจ ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เช่น ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ความผันผวนของค่าเงินบาท และความล่าช้าในการขยายกำลังการผลิต