2026-03-12T06:43:38+00:00 iaa SJWD บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) SJWD: ราคาน้ำมันขึ้นไม่กระทบกำไร บล.FSSIA ชี้เป้า 13.30 บาท SJWD ปี 2568 เติบโตแรง! กำไรสุทธิพุ่ง 50.3% แตะ 1,172.1 ล้านบาท พร้อมเป้าหมายทะลุ 3,000 ล้านภายใน 2573 บริษัท เอสซีจีเจดับเบิ้ลยูดีโลจิสติกส์จำกัดมหาชน (SJWD) โชว์ฟอร์มร้อนแรงในปีงบประมาณ 2568 โดยมีรายได้รวมแตะระดับ 25,380.4 ล้านบาท เติบโตเพียง 2.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่สิ่งที่น่าจับตาคือกำไรสุทธิ (Net Profit) ที่พุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 50.3% ในรอบปี และเพิ่มขึ้นอีก 43.7% ในไตรมาสที่ 4 เพียงลำพัง โดยมีตัวเลขอยู่ที่ 1,172.1 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงพลังการบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพเชิงโครงสร้างที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง “แม้เศรษฐกิจโลกผันผวนจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ SJWD กลับเติบโตได้อย่างมั่นคง เพราะลดการพึ่งพาต้นทุนพลังงาน และใช้กลไก Pass-through กับลูกค้าอย่างมีวินัย” จุดแข็งหลักของ SJWD อยู่ที่การบริหารจัดการต้นทุนอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะการลดค่าใช้จ่ายด้านการขาย บริหารงาน และการเงิน (SG&A) ลงถึง 500 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่ต้นทุนทางการเงิน (Finance Cost) ก็ยังคงควบคุมได้แม้ออกหุ้นกู้ในไตรมาสที่ 4 พร้อมกันนี้ บริษัทมีอัตราการใช้พื้นที่คลังสินค้า (Utilization Rate) สูงกว่าปีก่อน และ Occupancy Rate ของคลังถ่านหิน (Coal Storage) อยู่ที่ 74.5% ในไตรมาสที่ 4 สะท้อนความต้องการใช้พื้นที่ยังคงแข็งแกร่ง “Core Profit จากธุรกิจหลักเติบโตอย่างมั่นคง โดยเฉพาะในด้าน Logistics, General Warehouse และ Coal Storage ขณะที่ Non-Core ก็สนับสนุนด้วย Equity Income 131.2 ล้านบาทในไตรมาสเดียว” รายได้จากธุรกิจหลักยังคงเป็นเสาหลักของผลประกอบการ โดยเฉพาะบริการขนส่งและคลังสินค้าที่มีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่รายได้จากบริษัทในเครือ (Equity Income) เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 131.2 ล้านบาทในไตรมาสที่ 4 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Non-Core ที่ช่วยเสริมผลกำไรได้อย่างมีนัยสำคัญ “การลงทุนด้าน AI และ Digitalization จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพภายในอย่างต่อเนื่อง พร้อมรองรับเป้าหมาย Net Profit 3,000 ล้านบาทภายในปี 2573” ในด้านกลยุทธ์ระยะยาว SJWD วางเป้าหมายให้กำไรสุทธิเติบโตสู่ระดับ 3,000 ล้านบาทภายในปี 2573 โดยเน้นการขยายธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ซึ่งมีสัญญาใหม่ระยะยาวจากเวียดนามแล้วหลายฉบับ ส่งผลให้ธุรกิจ Overseas Logistics มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ เจาะประเด็นร้อน (Q&A) Q: มีผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางต่อผลประกอบการหรือไม่? A: มีผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันดีเซลและค่าขนส่งระหว่างประเทศ แต่ SJWD ระบุว่าลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในภูมิภาคอาเซียน และไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับตลาดตะวันออกกลาง จึงลดความเสี่ยงได้อย่างมีนัยสำคัญ Q: ธุรกิจรถยนต์จะเติบโตต่อเนื่องในปีหน้าหรือไม่? A: ในปี 2568 มีแนวโน้ม Volume ลดลงจากนโยบายสนับสนุน EV สิ้นสุดลง แต่บริษัทมีแผนปรับกลยุทธ์ไปสู่ Aftermarket และออโต้พาร์ท เพื่อสร้างรายได้และผลกำไรต่อเนื่อง Q: การเติบโตของ Overseas Logistics จะช่วยสนับสนุนรายได้ได้อย่างไร? A: มีรายได้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากเวียดนามที่เซ็นสัญญาใหม่หลายฉบับ และถือเป็นโอกาสหลักในการขยายตัวในภูมิภาค Q: การลงทุนด้านเทคโนโลยีจะช่วยลดต้นทุนได้มากน้อยแค่ไหน? A: มีแผนอัปเกรดระบบหลังบ้านด้วย AI และ Digitalization เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน คาดว่าจะลดต้นทุนอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับเป้าหมายบริหารจัดการที่เข้มข้น Q: มีแผนขยายห้องเย็นในปีหน้าหรือไม่? A: มีแผนขยายห้องเย็นในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 จะมีคลังใหม่ที่จังหวัดระยองและชาลัมน์ พร้อมอัปเกรดคลังเดิมให้เป็นห้องเย็นเพื่อรับมือความต้องการตลาด ทั้งนี้ SJWD ยังมีเป้าหมายระยะสั้นในการเพิ่ม Net Profit สู่ระดับ 1,300 ล้านบาทภายในปี 2569 โดยเน้นการบริหารจัดการต้นทุนและการใช้บริการดิจิทัล เช่น National Single Window และ Digital Documentation เพื่อเสริม Margin ให้เสถียรยิ่งขึ้น