2026-03-11T06:42:48+00:00 iaa MAGURO บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) MAGURO (มากุโระ) ปี 2569 กำไร All Time High โบรกฯ DAOLSEC ชี้เป้า 33 บาท มากุโระ (MAGURO) เติบโตต่อเนื่อง รายได้แตะ 2,053 ล้าน กำไรสุทธิพุ่ง 148 ล้าน พร้อมเปิด “กินซาโอโนเดเรัน” ที่เซ็นทรัลเวิลด์ บริษัทมากุโระกรุ๊ปจำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO โชว์ฟอร์มร้อนแรงในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมีรายได้รวมแตะระดับ 2,053 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อนหน้าที่ 1,982 ล้านบาท หรือเติบโต 3.6% พร้อมกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 135 ล้านบาท เป็น 148 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนกำไรสุทธิต่อรายได้ (Net Profit Margin) ที่ 7.5% สูงกว่าปีก่อนหน้า 6.8% แม้กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) จะปรับตัวลงเล็กน้อยจาก 174 ล้านบาท เป็น 166 ล้านบาท แต่สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการเน้น Core Business ที่มั่นคง “Core Profit จากแบรนด์หลักอย่างมากุโระและฮิโตริชาบูเติบโต 33% YoY ถือเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จในปีนี้” กลยุทธ์การขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่องยังคงเดินหน้าเต็มสูบ โดยบริษัทมีจำนวนสาขาทั้งหมด 53 แห่ง เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 52 แห่ง พร้อมวางเป้าหมายการขยายสาขาในปีนี้อย่างชัดเจนที่ 20 แห่ง โดยแบ่งเป็นมากุโระเพิ่ม 5 สาขา ฮิโตริชาบูเพิ่มอีก 5 สาขา และแบรนด์ใหม่ เช่น “กินซาโอโนเดเรียน” และ “อิเปรตเขาเปรต” เปิดเพียง 10 สาขา เพื่อควบคุมความเสี่ยงและทดสอบตลาดอย่างรอบคอบ “การเปิด flagship store ที่เซ็นทรัลเวิลด์ชั้น 7 ในเดือนเมษายน 2568 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ ‘กินซาโอโนเดเรียน’ แบรนด์ซูชิสายพานพรีเมียมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ความสำเร็จของ MAGURO ยังมาจากการปรับโครงสร้างต้นทุนอย่างลึกซึ้ง เช่น การเปลี่ยนตะเกียบไม้เป็นตะเกียบที่ใช้ซ้ำได้ การรีไซเคิลน้ำมันเหลือใช้ และการลดการใช้กระดาษรองจาน ทั้งหมดนี้ส่งผลให้บริษัทสามารถปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) เริ่มต้นที่ระดับ 46.6% ในไตรมาส 4 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นเฉลี่ย 48% ภายในปีงบประมาณ 2568 ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญที่ทุกฝ่ายตั้งตารอ “แม้ Non-Core Profit จากแบรนด์ใหม่จะเติบโตช้ากว่า แต่ GPM สูงและมีศักยภาพในการขยายตัวอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z และคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์และความคุ้มค่า” ด้านภายนอก บริษัทได้รับแรงหนุนจากนโยบายรัฐสนับสนุน ESG โดยเฉพาะการใช้พลังงานสะอาดและการลดขยะอันตราย ทำให้ MAGURO ได้รับรางวัล CAC (Corporate Accountability Rating) และรางวัล Thailand Organization for People and Society ซึ่งสะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง เจาะประเด็นร้อน (Q&A) เป้าหมาย GPM 48% ในปีนี้เป็นไปได้หรือไม่? ใช่ มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยไตรมาส 4 เริ่มที่ 46.6% และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นช้าๆ จากการบริหาร waste และ yield โดยเฉพาะจากแบรนด์ใหม่ที่มี GPM สูง เช่น กินซาโอโนเดเรียน และ อิเปรตเขาเปรต แผนเปิดสาขาในปีนี้คือเท่าไร? เปิดเพิ่ม 20 สาขา โดยมากุโระ +5, ฮิโตริชาบู +5, แบรนด์ใหม่ +10 มีแผนเปิด “บินโชว์” หรือไม่? มีแผนเปิดเพิ่มอีก 4 สาขาในศูนย์การค้าขนาดใหญ่กลางเมือง โดยเน้นพื้นที่ที่มีศักยภาพและไม่มีคู่แข่งทางตรง จะเปิดแบรนด์ใหม่อื่นไหม? ยังไม่ยืนยัน แต่มีงานวิจัยและแผนพัฒนาหลายตัวไว้แล้ว ต้องประเมินตลาดและกลุ่มลูกค้าอย่างละเอียด แย่งชิงลูกค้าจากสาขาเดิมไหม? ไม่มีผลกระทบชัดเจน เพราะแต่ละสาขาอยู่ในกลุ่มเป้าหมายที่ต่างกัน เช่น มากุโระอยู่ในโซนดั้งเดิม ส่วนบินโชว์และขี้วามิยะอยู่ในโซนใหม่ ยังใช้โปรโมชั่นรักษายอดขายไหม? ใช่ กลยุทธ์นี้ยังดำเนินต่อไป เพราะได้ผลตอบแทนเชิงกลยุทธ์ระยะยาว เช่น การดึงดูด Gen Z และคนรุ่นใหม่ที่เคยไม่เคยทานอาหารระดับพรีเมียมมาก่อน ราคา “อิเปรตเขาเปรต” ถูกกว่าอาโอกิในญี่ปุ่นไหม? เน้นราคาอยู่ที่ประมาณ 190 บาท โดยมีเมนูจับต้องได้และรวดเร็วขึ้นกว่าอาโอกิในญี่ปุ่น เพื่อไม่ให้เกิดการซ้ำซ้อนกับแบรนด์เดิม เปิด “กินซาโอโนเดเรียน” เมื่อไหร่? เปิดสาขาแรกในช่วงต้นเดือนเมษายน 2568 ที่เซ็นทรัลเวิลด์ชั้น 7 โดยเป็น flagship store ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่า MAGURO ไม่ได้แค่เติบโตด้านตัวเลข แต่ยังสร้างโครงสร้างธุรกิจที่ยืดหยุ่น มีความยั่งยืน และพร้อมก้าวสู่ตลาดภูมิภาคอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z ที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอนาคต