2026-03-11T06:41:15+00:00 iaa MASTER บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) MASTER: เอเซีย พลัส มองบวก ปรับคำแนะนำเป็น "ซื้อ" ชี้เป้าราคาใหม่ 12 บาท MASTER เผยผลประกอบการปี 2568 รายได้รวม 4,690 ล้าน กำไรสุทธิ 150 ล้าน แม้ต้องดิ้นรนจากภาวะเศรษฐกิจโลก บริษัทมาสเตอร์สไตล์จำกัด (มหาชน) หรือ MASTER ผู้นำธุรกิจศัลยกรรมความงามระดับพรีเมียม ประกาศผลประกอบการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 อย่างเป็นทางการ โดยรายงานรายได้รวมที่ระดับ 4,690 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้าถึง 26% สะท้อนภาพสะท้อนแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลกและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างฐานลูกค้า โดยเฉพาะการลดลงอย่างชัดเจนของกลุ่มลูกค้าต่างชาติจากกัมพูชาและอินโดนีเซีย ซึ่งส่งผลให้อัตราส่วนรายได้จากลูกค้าต่างชาติปรับตัวลดลงจาก 26.3% ในปี 2567 เหลือเพียง 16.2% ในปี 2568 แม้จะเผชิญภาวะชะลอตัว แต่บริษัทยังรักษาความสามารถในการทำกำไรไว้ได้ด้วยกำไรสุทธิ 150 ล้านบาท และกำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) อยู่ที่ 378 ล้านบาท แม้จะลดลง 78% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ยังคงแสดงถึงความมั่นคงของโมเดลธุรกิจที่เน้นคุณภาพและประสิทธิภาพ “แม้รายได้รวมจะลดลง แต่ Core Profit จากหัตถการหลักยังคงรักษาไว้ได้ที่ 378 ล้านบาท สะท้อนว่าธุรกิจยังมีฐานะแข็งแกร่งแม้ในภาวะที่ยากลำบาก” อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ชี้ว่า ความสำเร็จที่แท้จริงของ MASTER ในปีนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขรายได้เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การปรับโครงสร้างธุรกิจอย่างมีกลยุทธ์ โดยเฉพาะการแยกแยะ Core Profit และ Non-Core Profit อย่างชัดเจน ซึ่งในปี 2568 บริษัทรายงานว่า Core Profit จากหัตถการหลัก เช่น จมูก หน้าอก และสกิน ยังคงอยู่ที่ 378 ล้านบาท ขณะที่ Non-Core Profit จากหัตถการเสริมอย่าง Anti-Aging และ Body Contouring ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 120 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนรายได้จาก Anti-Aging เพียง 7.5% ของรายได้รวม แสดงถึงการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มตลาดใหม่ที่เน้นชะลอวัยและดูแลรูปร่าง ซึ่งสะท้อนแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคระดับโลกที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน “การลงทุนใน Anti-Aging และ Body Contouring ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นการวางรากฐานธุรกิจใหม่ที่ยั่งยืน” บริษัทยังรายงานว่า มีการปรับโครงสร้างการตลาดจากแบบ “หยิ่งแอด” หรือโฆษณาแบบจ่ายเงินสูง ไปสู่กลยุทธ์ออแกนิกที่เน้นการใช้เครือข่าย Influencer และไลฟ์สด โดยเฉพาะในไตรมาสสามและสี่ของปี ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายการตลาดได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้จะเผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น 5–10% และต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้นจากหัตถการปลูกผมที่มีต้นทุนสูงกว่าเดิม แต่บริษัทยังสามารถรักษาอัตรากำไรต่อเคสไว้ได้ในระดับที่ยอมรับได้ โดยเฉพาะผ่านการพัฒนาศูนย์เฉพาะทางอย่าง Aurora และ F-45 รวมถึงการรีโนเวทสาขาเดิมเพื่อรองรับลูกค้าต่างชาติและกลุ่มสูงศึกษา “การปรับตัวของหัตถการใหม่ เช่น Anti-Aging และ Body Contouring สะท้อนว่า MASTER ไม่ได้แข่งขันด้านราคา แต่แข่งขันด้านประสบการณ์และนวัตกรรม” ในแง่กลยุทธ์ระยะยาว บริษัทวางเป้าหมายให้สัดส่วนรายได้จากลูกค้าต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็น 30% ภายในปี พ.ศ. 2569 โดยเน้นกลุ่มลูกค้าจากจีนและตะวันออกกลางที่ยังคงมีแนวโน้มเติบโตสูง พร้อมทั้งพัฒนาศูนย์เฉพาะทางด้านสุขภาพจิต (Mental Health) และ Anti-Aging เป็นจุดแข็งหลักของธุรกิจในระยะยาว ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนสำรองฉุกเฉิน เช่น การจัดโครงสร้างห้องผ่าตัดชั้นสอง (OR) และการใช้ศูนย์รักษาพยาบาลภายนอกเป็นสถานที่รองรับในกรณีเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วมปี 2568 ที่ส่งผลให้ศูนย์ทีวายพี (Thailand) ต้องหยุดชะงักชั่วคราว เจาะประเด็นร้อน (Q&A) รายได้รวมลดลง 26% สาเหตุหลักคืออะไร? สาเหตุหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจโลกและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างลูกค้า โดยเฉพาะการลดลงของฐานลูกค้าต่างชาติจากกัมพูชาและอินโดนีเซียที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาค กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) ลดลง 78% หมายถึงอะไร? สะท้อนต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น โดยเฉพาะจากหัตถการปลูกผม และต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้น 5–10% ส่งผลให้กำไรต่อเคสร่วงลงอย่างชัดเจน การปรับโครงสร้างการตลาดลดค่าใช้จ่ายได้เท่าใด? การเปลี่ยนจาก “หยิ่งแอด” เป็นกลยุทธ์ออแกนิก โดยเฉพาะการใช้ Influencer และไลฟ์สด ช่วยลดค่าใช้จ่ายการตลาดได้อย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสสามและสี่ เป้าหมายรายได้จากต่างชาติในปี 2569 คือเท่าใด? บริษัทตั้งเป้าให้สัดส่วนรายได้จากลูกค้าต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 30% โดยเน้นกลุ่มจีนและตะวันออกกลาง มีแผนรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือไม่? มีแผนสำรองที่ชัดเจน เช่น การใช้ห้องผ่าตัดชั้นสอง (OR) และศูนย์รักษาพยาบาลภายนอกเป็นสถานที่รองรับในกรณีเกิดน้ำท่วมหรือเหตุฉุกเฉิน แม้จะเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกและคู่แข่งที่เน้นราคา แต่ MASTER ยังคงแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและความมุ่งมั่นในการสร้างความแตกต่างผ่านนวัตกรรมและประสบการณ์ลูกค้า ด้วยฐาน Core Profit ที่ยังคงแข็งแกร่ง และการเติบโตของ Non-Core Profit ที่ชัดเจน ทำให้บริษัทมีพื้นที่ในการฟื้นตัวและขยายตลาดในระยะยาวอย่างมั่นคง