2026-08-20T00:03:43+00:00 oppday DOHOME บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) DOHOME: ผลงาน Q2/2569 เติบโตแข็งแกร่งจากราคาวัสดุก่อสร้างและ House Brand หนุน DOHOME: ผลงาน Q2/2569 เติบโตแข็งแกร่งจากราคาวัสดุก่อสร้างและ House Brand หนุน 1. Highlights รายได้รวม: 7,848.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.6% YoY Same Store Sales Growth (SSSG): +1.8% YoY (จาก -9.3% YoY ใน Q2/2568) อัตรากำไรขั้นต้น (GPM): 19.77% (จาก 18.0% ใน Q2/2568) เพิ่มขึ้น 1.77% EBITDA: 729.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.4% YoY กำไรสุทธิ: 305.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 94.3% YoY EPS: 0.09 บาท (จาก 0.04 บาท ใน Q2/2568) Cash Cycle: 151 วัน (จาก 163 วัน ในปี 2568) D/E Ratio: 1.49 เท่า (จาก 1.55 เท่า ในปี 2568) IBD/E Ratio: 1.13 เท่า (จาก 1.22 เท่า ในปี 2568) จำนวนสาขา: * Dohome (Large Store): 27 สาขา (เปิดใหม่ 1 สาขาที่ภูเก็ต) * Dohome ToGo: 29 สาขา (เปิดใหม่ 3 สาขาที่ไร่ขิง, หทัยราษฎร์, เลียบคลองสอง) สัดส่วนรายได้จาก House Brand: 18% (เพิ่มขึ้นจาก 17% ใน Q1/2569) 2. Hero Story ผลประกอบการที่โดดเด่นในไตรมาส 2/2569 มาจากการเติบโตของยอดขาย (SSSG เป็นบวก) และอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 19.77% ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาวัสดุก่อสร้างพื้นฐาน และการเพิ่มสัดส่วนยอดขายสินค้า House Brand ที่มีอัตรากำไรสูง รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิเติบโตเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน 3. Outlook การขยายสาขา: ยังคงเป้าหมายการขยายสาขา Dohome (Large Store) และ Dohome ToGo อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Dohome ToGo ที่มีแผนจะเปิดให้ครบ 50 สาขาภายในปี 2569 และ 100 สาขาภายในปี 2570 กลยุทธ์ "ครบ ถูก ดี": มุ่งเน้นการนำเสนอสินค้าที่หลากหลาย (กว่า 100,000 SKU), ราคาที่แข่งขันได้, และคุณภาพที่ดี พร้อมทั้งพัฒนาบริการทั้งก่อนและหลังการขาย House Brand: ยังคงเป็นกลยุทธ์หลักในการเพิ่มอัตรากำไร โดยมีแผนจะเพิ่มความหลากหลายของสินค้า สร้างการรับรู้แบรนด์ และปรับปรุงการจัดวางสินค้าบนชั้นวาง รวมถึงการฝึกอบรมทีมขาย บริการนายช่าง: พัฒนาบริการ Home Service (ซ่อมบำรุง, ติดตั้ง, ปรับปรุงบ้าน) และ Home Solutions (โซลูชั่นงานก่อสร้าง, Smart Home, Solar Cell) รวมถึงบริการเช่าเครื่องมือ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าและผู้รับเหมา E-commerce: พัฒนาช่องทางออนไลน์ของบริษัท (Website, Chat&Shop) และแพลตฟอร์ม Marketplace (Shopee, Lazada, TikTok) อย่างต่อเนื่อง การตลาด: จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและแคมเปญการตลาดอย่างสม่ำเสมอ เช่น Dohome Stadium และมหกรรมคนทำบ้าน เพื่อเข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่ม 4. ความเสี่ยง ความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้าง: แม้ราคาวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้นจะหนุน GPM ใน Q2 แต่ความผันผวนของราคาในอนาคตยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง: ส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานและราคาเหล็ก ซึ่งอาจกระทบต่อ GPM ในไตรมาส 3 การแข่งขันในตลาด: การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างยังคงรุนแรง การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง: การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังอาจส่งผลกระทบต่อ Cash Cycle หากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5. Q&A Highlights SSSG ของกลุ่ม Back Office ใน Q2 และแนวโน้ม Q3: SSSG ของกลุ่ม Back Office ใน Q2 เป็นบวกจากการฟื้นตัวของดีมานด์จากผู้รับเหมาโครงการ โดยเฉพาะวัสดุก่อสร้างพื้นฐานและกลุ่มซ่อมแซม สำหรับ Q3 คาดว่า SSSG จะยังคงเป็นบวกในระดับ Mid Single Digit เนื่องจากมี Low Base ใน Q3/2568 การเติบโตของยอดขายกลุ่มเหล็กใน Q2 และปัจจัยขับเคลื่อน: การเติบโตของยอดขายกลุ่มเหล็กใน Q2 ได้รับแรงหนุนทั้งจากราคาขายที่ปรับเพิ่มขึ้นตามราคาตลาดและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ใน Q3 และ Q4: GPM ใน Q2 อยู่ในระดับที่ค่อนข้างพิเศษจากราคาวัสดุก่อสร้างที่ปรับขึ้นและสัดส่วน House Brand ที่เพิ่มขึ้น สำหรับ Q3 คาดว่า GPM จะ Normalise ลงมาอยู่ในระดับใกล้เคียง 18% และคาดว่า GPM ทั้งปีจะอยู่ที่ประมาณ 18% จุดแข็งและความสามารถในการแข่งขันของ Dohome ToGo: Dohome ToGo สามารถเข้าถึง Strategic Area ที่สาขา Large Store เข้าไม่ถึงได้ โดยเน้นความสะดวกสบายและมี GPM ที่ดีกว่า นอกจากนี้ การมี Awareness จากสาขา Large Store ยังช่วยให้ Dohome ToGo เป็นที่รู้จักและสร้างยอดขายได้เร็วขึ้น สัดส่วนรายได้ E-commerce และแพลตฟอร์มหลัก: สัดส่วนรายได้จาก E-commerce อยู่ที่ประมาณ 2-3% ของรายได้รวม โดยหลักมาจาก Marketplace เช่น Shopee, Lazada และ TikTok บริษัทมีแผนพัฒนา Own Channel (Application และ Website) และ Chat&Shop เพื่อเพิ่มสัดส่วน E-commerce ในอนาคต