2026-08-19T22:49:20+00:00 oppday CPAXT บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) CPAXT: ผลงาน Q2/2569 เติบโตจากกลยุทธ์หลากหลาย แม้เผชิญภาวะกำลังซื้อเปราะบาง CPAXT: ผลงาน Q2/2569 เติบโตจากกลยุทธ์หลากหลาย แม้เผชิญภาวะกำลังซื้อเปราะบาง 1. Highlights เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญแรงกดดัน: แม้ธนาคารแห่งประเทศไทยจะปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี 2569 เป็น 2.3% แต่แรงหนุนหลักมาจากภาคการส่งออกและการลงทุนเทคโนโลยี ส่วนภาคค้าปลีกยังคงเผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น และนโยบายภาครัฐที่ไม่เอื้ออำนวย ส่งผลให้ดัชนีค้าปลีกและดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอ่อนตัวลงต่อเนื่อง สะท้อนกำลังซื้อที่เปราะบาง มาเลเซียเติบโตแข็งแกร่ง: เศรษฐกิจมาเลเซียยังคงแข็งแกร่ง โดยธนาคารกลางยังคงเป้าหมาย GDP ที่ 4.0-5.0% ยอดค้าปลีกและดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ในระดับสูงและมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แรงกดดันด้านต้นทุน: บริษัทเผชิญแรงกดดันจากภาวะราคาหมูที่ลดลงประมาณ 20% เมื่อเทียบกับปีก่อน ทำให้ราคาขายและอัตรากำไรขั้นต้นถูกกดดัน นอกจากนี้ ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังส่งผลให้ต้นทุนโลจิสติกส์เพิ่มขึ้น การขยายสาขาใหม่: ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 บริษัทได้เปิดสาขาใหม่ 127 สาขา เพิ่มพื้นที่ขายสุทธิ (NSA) ขึ้น 12,021 ตร.ม. หรือเพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า 2. Hero Story Omni Channel Growth: การเติบโตของยอดขาย Omni Channel ที่แข็งแกร่งถึง 22.8% YoY และมีสัดส่วนยอดขายรวมเพิ่มขึ้นเป็น 23.9% ถือเป็นฮีโร่ของไตรมาสนี้ เนื่องจากสามารถสร้างรายได้เสริมและขยายฐานลูกค้าได้ แม้ในภาวะที่กำลังซื้อโดยรวมของตลาดไทยยังเปราะบาง และยังช่วยชดเชยผลกระทบจากการปรับลดราคาขายสินค้าโภคภัณฑ์บางประเภทได้ 3. Outlook เป้าหมายปี 2569: * ยอดขาย: เติบโตในระดับ Low-Mid Single Digit * Omni Channel Engine Mix: มีสัดส่วน 25% ของยอดขายรวม * Gross Margin: ทรงตัว (Flat) YoY * Net Gearing: ไม่เกิน 0.4 เท่า แผนการขยายสาขาและปรับปรุง Mall (ปี 2569): * Wholesale: เปิดสาขาใหม่ 3 แห่งในประเทศไทย และ 2 แห่งในฟิลิปปินส์ (รวม 5 แห่ง) * Retail: เปิดสาขาใหม่ 138 แห่ง (Large Format 9 แห่ง, Supermarket 5 แห่ง, Go Fresh 128 แห่ง) โดย 12 แห่งจะอยู่ในมาเลเซีย * Mall Program (Thailand): ปรับปรุง 16 โครงการ, สร้างใหม่/ขยาย 10 โครงการ * Mall Program (Malaysia): ปรับปรุง 4 โครงการ, สร้างใหม่/ขยาย 4 โครงการ * พื้นที่ขายสุทธิ (NSA) เพิ่มขึ้น: 3% * พื้นที่เช่าสุทธิ (NLA) เพิ่มขึ้น: 9% กลยุทธ์หลัก: * Omni Channel Growth: ขยายแพลตฟอร์มออนไลน์ของ Makro และ Lotus's, นำสินค้าขายดีออนไลน์มาขายออฟไลน์, เพิ่ม Dedicated Shelves ในทุก Hypermarket ภายในปี 2569, เพิ่มความหลากหลายของสินค้า, กำหนดราคาที่แข่งขันได้ และบริการ On Demand Delivery * Value Creation (Happitat): ปลดล็อกมูลค่าสินทรัพย์ที่สูงขึ้น, สร้างโมเดล "Happy & Healthy" สำหรับระบบนิเวศค้าปลีก, ลงทุนในทำเลที่มีศักยภาพ, พัฒนาโครงการที่มีผลตอบแทนสูง และร่วมมือกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ * Portfolio Optimization (Makro Lotus's): ทบทวนเครือข่ายร้านค้าเพื่อปรับขนาดให้เหมาะสม, คว้าโอกาสในมาเลเซียโดยการเข้าซื้อกิจการ TFP ให้แล้วเสร็จภายในปี 2569 4. ความเสี่ยง กำลังซื้อเปราะบาง: เศรษฐกิจไทยที่ยังคงฟื้นตัวช้าและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนแอเป็นความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อยอดขายและอัตรากำไรของธุรกิจค้าปลีก ต้นทุนพลังงานสูง: ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้ต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์เพิ่มขึ้น ซึ่งกดดันอัตรากำไรของบริษัท ราคาวัตถุดิบผันผวน: ราคาหมูที่ลดลงส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของสินค้ากลุ่มอาหารสด การแข่งขันในตลาด: การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกยังคงรุนแรง ทำให้บริษัทต้องใช้กลยุทธ์ด้านราคาและโปรโมชั่น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร ค่าใช้จ่ายในการขยายสาขา: การเร่งเปิดสาขาใหม่ (Front-loaded expansion) และการปรับปรุงสาขาเดิม ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้นในช่วงแรกของการดำเนินงาน 5. Q&A Highlights Q1: แนวโน้มผลประกอบการปี 2569 และปัจจัยขับเคลื่อนหลัก? * A: (02:52) แม้เศรษฐกิจไทยยังเปราะบาง แต่บริษัทจะมุ่งสร้างการเติบโตของยอดขายผ่านกลยุทธ์ Product, Engine (ช่องทาง), และ Malls * (04:21) ด้าน Product เน้นสินค้า Value Added, Ready-to-eat/cook และความร่วมมือกับเชฟ/แบรนด์ชั้นนำ ทำให้ยอดขายกลุ่มพร้อมปรุงเติบโต 170 ล้านบาท กลุ่ม Dry Food เน้นความคุ้มค่าผ่าน Pack Size ที่หลากหลายและสินค้า Own Brand กลุ่ม Non-Food ร่วมมือกับแบรนด์และ Character ยอดนิยม (Snoopy, Sanrio, Funko) และ Global Sourcing เพื่อสร้างความแตกต่าง * (06:00) ด้าน Engine มีกลยุทธ์ The Core (เปิดสาขาใหม่ 12 สาขาในไทยภายใต้ Lotus's Go Fresh และ 1 สาขาในมาเลเซีย รวม 2,827 สาขา พื้นที่ขายรวม 2.8 ล้าน ตร.ม.) และ The Next (Omni Channel เติบโต 22.8% YoY ดันสัดส่วนยอดขายเป็น 23.9% และ Regional Growth เติบโต 29% จากมาเลเซียและเมียนมา) * (08:07) ด้าน Malls มีการปรับปรุง 3 โครงการใหญ่ในปีที่แล้ว ทำให้รายได้ศูนย์การค้าเพิ่มขึ้น 3.8% YoY และ Traffic เพิ่มขึ้น 22% ใน Q2/2569 มีการเปิด Mall ใหม่ที่อุดรธานี พื้นที่ 18,300 ตร.ม. Q2: ผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อและกำลังซื้อที่ลดลงต่ออัตรากำไร? * A: (09:46) ยอดขายรวมเติบโต 2.1% YoY แต่ Gross Profit Margin ลดลง 20 bps YoY (เหลือ 14.1%) และ Net Profit ลดลง 18.0% YoY (เหลือ 1,874 ล้านบาท) * (11:32) สำหรับธุรกิจ Wholesale อัตรากำไรขั้นต้นอ่อนตัวลง 30 bps (เหลือ 11.2%) เนื่องจากสัดส่วนสินค้า Dry Food ที่มีกำไรต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น และการบริหารราคาให้สอดคล้องกับกำลังซื้อที่เปราะบาง * (13:21) สำหรับธุรกิจ Retail อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเพียง 10 bps (เหลือ 17.2%) จากการควบคุมสินค้าสูญหายและการบริหารราคาที่เหมาะสม Q3: สถานะทางการเงินและความสามารถในการลงทุนในอนาคต? * A: (14:34) เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงจากการลงทุนขยายและปรับปรุงสาขา รวมถึงการจ่ายเงินปันผล หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (ไม่รวมสัญญาเช่า) เพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจและแผนการลงทุน * (15:01) อย่างไรก็ตาม ฐานะทางการเงินยังแข็งแกร่ง โดย Net IBD to Equity อยู่ที่ 0.37 เท่า ซึ่งต่ำกว่าข้อกำหนดตามสัญญาทางการเงินที่ 2.50 เท่า สะท้อนความยืดหยุ่นทางการเงินและศักยภาพในการรองรับการลงทุนเพื่อการเติบโตในอนาคต Q4: นโยบายการจ่ายเงินปันผล? * A: (15:25) คณะกรรมการบริษัทอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ 0.18 บาทต่อหุ้น ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับปีก่อน โดยมีวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้น (Record Date) วันที่ 21 สิงหาคม และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 3 กันยายน Q5: กลยุทธ์ Reverse O2O และ AxtraMall มีความแตกต่างจากคู่แข่งอย่างไร? * A: (22:03) AxtraMall เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อ Online to Offline และ Offline to Online โดยนำสินค้าขายดีออนไลน์ (Beauty, Health, Toys, Electronics, Pet) มาจำหน่ายในร้าน Lotus's และนำสินค้าในร้านไปขายออนไลน์ผ่าน On-Demand Delivery ภายใน 1-3 ชั่วโมง ซึ่งเป็นจุดแข็งที่คู่แข่งอาจทำไม่ได้ * (22:50) AxtraMall ช่วยเร่งความเร็วในการขยาย Assortment ได้เร็วกว่า 3 เท่า และสามารถนำสินค้าไปขายในราคาที่เหมาะสมและแข่งขันได้ * (23:22) กลยุทธ์ Omni Channel ของบริษัทไม่ได้จำกัดแค่ Offline to Online แต่ AxtraMall จะช่วยต่อยอดสู่ Reverse O2O (Online to Offline) โดยนำสินค้าขายดีออนไลน์มาขายในร้านค้าออฟไลน์ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่ Market Place ทั่วไปอาจทำไม่ได้