2026-08-20T02:39:59+00:00 oppday TIDLOR บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) TIDLOR: ผลประกอบการ Q2/2569 เติบโตแข็งแกร่งจากธุรกิจนายหน้าประกันภัยและสินเชื่อจำนำทะเบียน พร้อมปรับลดเป้า Credit Cost TIDLOR: ผลประกอบการ Q2/2569 เติบโตแข็งแกร่งจากธุรกิจนายหน้าประกันภัยและสินเชื่อจำนำทะเบียน พร้อมปรับลดเป้า Credit Cost 1. Highlights TIDLOR ได้ปรับโครงสร้างเป็น Holding Company ภายใต้ชื่อ บมจ. เงินติดล้อ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) และเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 โดยมีธนาคารกรุงศรีอยุธยาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ธุรกิจหลักยังคงแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ธุรกิจสินเชื่อ (ภายใต้แบรนด์ เงินติดล้อ) และธุรกิจนายหน้าประกันภัย (ภายใต้แบรนด์ ประกันติดล้อ, Areegator และ heygoody) โดยเน้นการให้บริการผ่าน Omni-channel ทั้งสาขา, Online และ Digital Self-Service พร้อมลงทุนในเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและประสิทธิภาพในการดำเนินงาน 2. Hero Story การเติบโตของรายได้และกำไรสุทธิที่แข็งแกร่ง: บริษัทฯ มีรายได้รวม 12,200 ล้านบาท (+7% YoY) และกำไรสุทธิ 3,147 ล้านบาท (+26% YoY) ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ (โดยเฉพาะจากธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่เติบโต 13%) และรายได้ดอกเบี้ยรับจากธุรกิจสินเชื่อที่เติบโต 7% นอกจากนี้ NIM ยังปรับตัวดีขึ้นเป็น 16.2% และ Cost to Income Ratio อยู่ในระดับที่ดีที่ 54.8% 3. Outlook สินเชื่อ: คาดการณ์ว่าการเติบโตของสินเชื่อจะเร่งตัวขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 โดยได้รับการสนับสนุนจากสินเชื่อจำนำทะเบียน และการฟื้นตัวของความต้องการรถบรรทุกมือสอง บริษัทฯ ยังคงรักษาสมดุลในการปล่อยสินเชื่อด้วยการพิจารณาความเสี่ยงและผลตอบแทนที่เหมาะสม คุณภาพสินทรัพย์: คาดว่าคุณภาพสินทรัพย์จะยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ โดยมีเงินสำรองที่แข็งแกร่งและตัวชี้วัดด้านเครดิตอยู่ในช่วงเป้าหมาย ธุรกิจนายหน้าประกันภัย: คาดว่าจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นจากการกระจายช่องทางที่หลากหลาย และการขยายขีดความสามารถด้านดิจิทัล ต้นทุนทางการเงิน: คาดว่าต้นทุนทางการเงินจะค่อยๆ ปรับตัวลดลงในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 ประมาณ 5-10 bps เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก ค่าใช้จ่ายและประสิทธิภาพ: บริษัทฯ ยังคงลงทุนในเทคโนโลยีและ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานในระยะยาว การจัดสรรเงินทุน: บริษัทฯ ยังคงพิจารณาการจัดสรรเงินทุนอย่างสมดุล ทั้งการเติบโตแบบ Organic และ Inorganic, ผลตอบแทนผู้ถือหุ้น และความยืดหยุ่นทางการเงินเชิงกลยุทธ์ เป้าหมายทางการเงินปี 2569: * Loan Growth (YTD): 5-10% (Actual 1H26: 2.7% YTD) * Non-Life Insurance Premium Growth (YoY): 5-10% (Actual 1H26: 10% YoY) * NPL: 1.5-1.8% (Actual 1H26: 1.54%) * Credit Cost: 2.0-2.5% (Actual 1H26: 1.88%) (เป้าหมาย Credit Cost ได้รับการปรับลดลงจาก 2.2-2.8%) * Cost-to-Income Ratio: Mid-50% (Actual 1H26: 54.8%) 4. ความเสี่ยง การแข่งขันในตลาดประกันภัยรถยนต์: ตลาดประกันภัยรถยนต์มีการแข่งขันสูง และมีแรงกดดันด้านราคา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเบี้ยประกันภัยเฉลี่ยต่อกรมธรรม์ ความผันผวนของเศรษฐกิจ: ภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของลูกค้าบางกลุ่ม การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ: ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจมีมาตรการกำกับดูแล Non-Bank ที่เข้มงวดมากขึ้นในอนาคต เช่น Market Conduct, Responsible Lending และการคุ้มครองข้อมูลลูกค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจของบริษัทฯ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน: แม้ว่าบริษัทฯ จะมีการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับหุ้นกู้สกุลเงินเยน แต่ความผันผวนของค่าเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินบาทก็ยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา 5. Q&A Highlights หุ้นกู้สกุลเงินเยน (19:12): บริษัทฯ ได้ทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (Currency Swap) ไว้เต็ม 100% ทำให้ได้รับอัตราดอกเบี้ยคงที่ และราคาหุ้นกู้ลดลงจากที่เปิดเผยไปก่อนหน้านี้ ถือเป็นความสำเร็จในการเข้าถึงตลาดต่างประเทศและช่วยกระจายแหล่งเงินทุน สินเชื่อ Stage 3 และ ECL (22:14): การปรับตัวเพิ่มขึ้นของสินเชื่อ Stage 3 เป็นผลมาจากการปรับลดสัดส่วนการตั้งสำรองให้สอดคล้องกับคุณภาพสินทรัพย์ที่แท้จริง ไม่ได้เกิดจากการเสื่อมคุณภาพของพอร์ตสินเชื่อ และ ECL ของ Stage 3 ที่ลดลงก็สะท้อนถึงการตัดจำหน่ายหนี้สูญ (Write-off) ที่สูงขึ้น แนวโน้มการปล่อยสินเชื่อและการจัดเก็บหนี้ใน Q3 (26:06): การจัดเก็บหนี้ยังคงทำได้ดี และการปล่อยสินเชื่อในช่วงครึ่งปีหลังจะยังคงเน้นสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์และรถจักรยานยนต์อย่างระมัดระวัง โดยพิจารณา Risk-based pricing เป็นหลัก ส่วนพอร์ตรถบรรทุกยังคงอยู่ในระดับที่ลดลง เป้าหมาย Cost-to-Income Ratio ระยะกลาง (29:19): บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการลงทุนในบุคลากร, AI และเทคโนโลยี เพื่อเพิ่ม Productivity ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนต่อธุรกรรม (Unit Cost) อย่างต่อเนื่องในแต่ละปี แม้ว่า Cost-to-Income Ratio อาจจะยังไม่ต่ำกว่า 50% ในระยะสั้น แต่ก็มีแนวโน้มลดลงในระยะยาว ผลกระทบจากค่าเงินบาทอ่อนค่าต่อต้นทุนทางการเงิน (31:58): บริษัทฯ ได้ทำ Full Hedge สำหรับหุ้นกู้สกุลเงินเยนแล้ว จึงไม่มีผลกระทบจากค่าเงินบาทอ่อนค่าต่อต้นทุนทางการเงิน