2026-08-19T08:00:27+00:00 oppday PJW บริษัท ปัญจวัฒนาพลาสติก จำกัด (มหาชน) PJW Oppday 2569 Q2 PJW Oppday 2569 Q2 PJW: ผลประกอบการ Q2/2026 และแผน JUMP+ หนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน 1. Highlights การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์: PJW ได้ปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนจากโรงงานสระบุรีมาเป็นโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์แห่งใหม่ที่ชลบุรี (PJWA) เนื่องจากมี Backlog และ New Model จำนวนมากที่จะเข้ามาในปี 2571 ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนได้ดีกว่า การลงทุนในเทคโนโลยี: มีการลงทุนในเครื่องจักรใหม่แบบ 3-Layer Blow Moulding + IML และ Solar Rooftop ซึ่งติดตั้งแล้วและเริ่มเห็นผลในการประหยัดค่าไฟ การบริหารความเสี่ยง: บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงด้านยอดขาย (Backlog), ด้านการผลิต (ทักษะแรงงาน) และด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Cybersecurity) โดยมีการปรับปรุงระบบและกระบวนการอย่างต่อเนื่อง การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก: มีการปรับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) Scope 2 ลงเหลือ 8% (จากเดิม 10%) เนื่องจากมีการปรับแผนโครงการ Solar Farm ที่สระบุรี และยังคงมุ่งเน้นการลดต้นทุนพลังงานและการใช้ PCR ในผลิตภัณฑ์ โครงสร้างรายได้ที่สมดุล: โครงสร้างรายได้ใน 6M-2026 แสดงให้เห็นถึงสัดส่วนที่สมดุลมากขึ้น โดย Lubricant Packaging อยู่ที่ 44.9% และ Automotive Parts อยู่ที่ 26.8% ซึ่งเป็นผลจากการปรับกลยุทธ์และการเติบโตของ New Model 2. Hero Story "การปรับกลยุทธ์โรงงานชลบุรีและการลงทุนเครื่องจักรใหม่" เป็นฮีโร่ของไตรมาสนี้ เนื่องจากเป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญในการย้ายการลงทุนจากสระบุรีมาที่ชลบุรี เพื่อรองรับ Backlog และ New Model ของชิ้นส่วนยานยนต์ที่จะเข้ามาในปี 2571 ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนได้ดีกว่า นอกจากนี้ การลงทุนในเครื่องจักร 3-Layer Blow Moulding + IML และ Solar Rooftop ที่ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตและลดต้นทุนพลังงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตและเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทในระยะยาว 3. Outlook เป้าหมาย EBITDA ปี 2571: ปรับเพิ่มเป้าหมาย EBITDA เป็น 610 ล้านบาท (จากเดิม 595 ล้านบาท) โดยมีปัจจัยหนุนจากยอดขาย New Model ที่เพิ่มขึ้น (300-400 ล้านบาทในปี 2571) และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผ่านระบบ Automation และ Re-layout โรงงาน การเติบโตของชิ้นส่วนยานยนต์: คาดการณ์ว่ายอดขายชิ้นส่วนยานยนต์จะเติบโตอย่างโดดเด่นในปี 2571 และ 2572 โดยเฉพาะจาก New Model ที่จะเริ่มเข้ามาใน Q4 ปีนี้ และจะเติบโตกว่า 40% ในปีหน้า ธุรกิจ Medical Packaging: คาดว่าจะเริ่มมี Product เพิ่มขึ้นในปีหน้า และจะผ่านจุดสำคัญหลายจุดในปีนี้ ทำให้ปีหน้าธุรกิจ Medical Packaging มีแนวโน้มที่ดีขึ้น ต้นทุนวัตถุดิบ: คาดว่าต้นทุนวัตถุดิบจะผ่อนคลายลงในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้และปีหน้า ซึ่งจะส่งผลดีต่ออัตรากำไรของบริษัท แผนการลงทุน: บริษัทจะเน้นการลงทุนในการปรับปรุงโรงงานและเครื่องจักรเพื่อรองรับยอดขายที่เติบโตและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รวมถึงการบริหารความเสี่ยงด้าน Supply-Demand และการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า 4. ความเสี่ยง ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ: แม้จะคาดการณ์ว่าต้นทุนจะผ่อนคลายลง แต่ความไม่แน่นอนจากสถานการณ์โลก (สงคราม) ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของบริษัท การแข่งขันในตลาด: การแข่งขันในตลาดบรรจุภัณฑ์พลาสติกยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าทั่วไป ซึ่งบริษัทต้องบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภค: การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี (เช่น EV) และพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการผลิตภัณฑ์บางประเภทในระยะยาว ความท้าทายในการปรับตัว: การปรับตัวของบริษัทในด้านการผลิตและเทคโนโลยีเพื่อรองรับ New Model และการขยายตลาดใหม่ๆ อาจมีความท้าทายและต้องใช้เวลาในการเรียนรู้และปรับปรุง 5. Q&A Highlights Q: แนวโน้มผลประกอบการครึ่งปีหลังจะเติบโตต่อเนื่องจากครึ่งปีแรกหรือไม่ และมีปัจจัยใดเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก? (30:08) * A: ผู้บริหารมองว่าครึ่งปีหลังจะเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะใน Q4 ที่จะโดดเด่นมาก ปัจจัยหลักคือธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ (Automotive Parts) ที่มี New Model เข้ามาจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าจะเติบโตกว่า 40% ในปีหน้า นอกจากนี้ ธุรกิจ Medical Packaging ก็เริ่มดีขึ้น และต้นทุนวัตถุดิบมีแนวโน้มผ่อนคลายลง Q: ธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของตลาดรถยนต์มากน้อยเพียงใด และมีแผนรับมืออย่างไร? (32:33) * A: ผู้บริหารระบุว่าปี 2567 และ 2568 ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของตลาดรถยนต์ค่อนข้างมาก แต่บริษัทได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว และกำลังจะฟื้นตัวจาก New Model ที่เข้ามาใน Q4 ปีนี้และต่อเนื่องไปอีก 5-6 ปี แผนรับมือคือการทำ Lean Operation, ลดต้นทุน, เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และหาพันธมิตรเพื่อขยายตลาดในจีน Q: อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทมีแผนบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างไร? (36:44) * A: บริษัทมีการมอนิเตอร์ต้นทุนวัตถุดิบอย่างใกล้ชิด พยายามหาแหล่งวัตถุดิบที่หลากหลายขึ้น ทั้งการนำเข้าและวัตถุดิบทดแทนที่มีราคาถูกลง รวมถึงการใช้ระบบ Automation และการปรับปรุงเครื่องจักรเก่าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน นอกจากนี้ยังมีการบริหารความเสี่ยงด้าน Supply-Demand และความผันผวนของราคาวัตถุดิบ Q: ลูกค้ามีสต็อกสินค้ามากน้อยเพียงใดใน Q2 และมีผลต่อยอดขายของบริษัทอย่างไร? (44:03) * A: ลูกค้ามีการตุนสต็อกสินค้าในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน เนื่องจากความกังวล แต่ในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน เริ่มผ่อนคลายลง ทำให้ลูกค้าลดการตุนสต็อกลง บริษัทเองก็ไม่ได้ขายเต็มที่ เนื่องจากไม่สามารถหาวัตถุดิบในราคาที่เหมาะสมได้ตลอดเวลา แต่ก็มีการพูดคุยกับลูกค้าเพื่อบริหารจัดการสต็อกร่วมกัน Q: การลงทุนในต่างประเทศ (จีน) มีสัดส่วนรายได้เท่าไร และมีแผนขยายตลาดอย่างไร? (39:14) * A: สัดส่วนรายได้จากโรงงานในจีนอยู่ที่ประมาณ 10% ของรายได้รวมของบริษัท และบริษัทเป็น Indirect Export สำหรับชิ้นส่วนยานยนต์และบรรจุภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นในไทย แผนการขยายตลาดในจีนจะเน้นการร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อเข้าถึงตลาดมากขึ้น และคาดว่าจะเห็นการเติบโตที่ชัดเจนขึ้นในปีหน้า