Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
oppday THANI บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)

THANI Oppday 2569 Q2

THANI Oppday 2569 Q2 THANI: Q2/2026 กำไรโตเด่นจาก ECL ลดลงและพอร์ตสินเชื่อรถบรรทุกใหม่ฟื้นตัว 1. Highlights ยอดขายรถบรรทุกใหม่เริ่มเติบโตอย่างชัดเจนใน Q2/2026 โดยเฉพาะรถบรรทุกใหม่และรถบรรทุกเก่าที่ยังคงขายดีและขาดตลาดในบางรุ่น (หัวลาก, รถตู้ทึบ) ตลาดรถหรู (Luxury Cars) และ Big Bike ยังทรงตัว ไม่มีอะไรโดดเด่นนัก ตลาดรถ Taxi เริ่มมีการเปลี่ยนเป็นรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจโดยรวมยังไม่น่าไว้วางใจนัก โดยเฉพาะภาพรวมจากต่างประเทศ แม้การนำเข้าและส่งออกของไทยจะเติบโตสูง (นำเข้า +24%, ส่งออก +12%) แต่การนำเข้าส่วนใหญ่เป็นสินค้า 100% ไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศเท่าที่ควร ราคาพลังงานที่สูงขึ้นต่อเนื่องส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของผู้ประกอบการรถบรรทุก ทำให้ตลาดรถ Refinance ค่อนข้างดี การแข่งขันในตลาดสินเชื่อรถยนต์เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นตั้งแต่ Q3/2026 โดยเฉพาะใน Q4/2026 ที่จะมีโปรโมชั่นและกิจกรรมการตลาดจำนวนมาก 2. Hero Story การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย ECL (Expected Credit Loss) ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กำไรสุทธิใน Q2/2026 และ 6M/2026 เติบโตโดดเด่น แม้พอร์ตสินเชื่อจะหดตัว 3. Outlook New Drawdown: ตั้งเป้า 17,000 ล้านบาทสำหรับปี 2026 โดย 6 เดือนแรกทำได้ 8,241 ล้านบาท คาดว่าจะเร่งยอดได้ในครึ่งปีหลัง Ending Portfolio: คาดการณ์ประมาณ 40,000 ล้านบาท โดย 6 เดือนแรกอยู่ที่ 36,901 ล้านบาท NPL Ratio: ตั้งเป้า < 2.60% (ปัจจุบัน 2.35%) Credit Cost: ตั้งเป้า < 1.93% (ปัจจุบัน 0.69%) D/E Ratio: ตั้งเป้า < 1.97 (ปัจจุบัน 1.76) การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ: คาดการณ์ว่าพอร์ตสินเชื่อรถบรรทุกใหม่จะกลับมาเติบโตได้ชัดเจนในปีหน้า โดยเฉพาะรถบรรทุกไฟฟ้า กลยุทธ์เชิงรุก: บริษัทจะเน้นการทำตลาดเชิงรุกในทุก Segment ของรถบรรทุกใหม่ เพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาดและเพิ่มยอดสินเชื่อ 4. ความเสี่ยง ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ: เศรษฐกิจโลกและภายในประเทศยังคงมีความไม่แน่นอนสูง รวมถึงสถานการณ์สงคราม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการในการขยายธุรกิจและลงทุนในรถใหม่ ราคาพลังงาน: ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นต่อเนื่องส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของผู้ประกอบการขนส่ง ทำให้เกิดความเสี่ยงด้านการชำระหนี้ การแข่งขันที่รุนแรง: การแข่งขันในตลาดสินเชื่อรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรและคุณภาพสินเชื่อ คุณภาพสินเชื่อ: แม้ NPL Ratio จะอยู่ในระดับต่ำ แต่การหดตัวของพอร์ตสินเชื่อและการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวังยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตา 5. Q&A Highlights 1. ต้นทุนทางการเงินใน Q3/2026 จะยังคงเป็นปัจจัยหนุนให้โดดเด่นต่อเนื่องได้หรือไม่ และบริษัทมีการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างไรหากทิศทางดอกเบี้ยในตลาดเปลี่ยนไป? (23:08) - ผู้บริหารคาดว่าต้นทุนทางการเงินในปีนี้จะยังไม่เห็นผลชัดเจนนัก เนื่องจากยังมีหุ้นกู้เก่าที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงอยู่ แต่ปีหน้าจะเห็นผลชัดเจนขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ - บริษัทมีการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเข้มงวดในกระบวนการปล่อยสินเชื่อ และพอร์ตลูกหนี้ไม่ได้มีการไหลตกชั้นมากนัก ทำให้ Credit Cost น่าจะยังคงอยู่ในระดับประมาณ 1% หรือไม่เกิน 1 กว่าๆ ในกรณี Worst Case - บริษัทมีการออกหุ้นกู้ไปแล้วใน Q1/2026 และดอกเบี้ยในตลาดก็ลดลงค่อนข้างมาก ทำให้ต้นทุนการเงินโดยรวมดีขึ้น 2. แนวโน้ม NPL Ratio ใน Q3/2026 จะยังคงอยู่ในกรอบเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่ และมีมาตรการเชิงรุกอย่างไรในการป้องกันหนี้เสียจากลูกหนี้กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง? (25:15) - ผู้บริหารมั่นใจใน NPL Ratio เนื่องจากมีการบริหารจัดการมาอย่างต่อเนื่อง 2-3 ปีที่ผ่านมา - ลูกหนี้ที่ได้รับความช่วยเหลือมีอยู่บ้างจากผลกระทบด้านพลังงาน แต่ยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ - บริษัทมีมาตรการเชิงรุกในการเฝ้าระวังลูกหนี้ใหม่ในช่วง 3 เดือนแรกหลังปล่อยสินเชื่อ และจะเข้าไปพูดคุย เจรจา หรือให้ความช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มที่มีปัญหา - ลูกหนี้ที่ไหลเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นลูกหนี้เก่าที่ได้รับผลกระทบจากธุรกิจ ไม่ใช่ลูกหนี้ใหม่ที่เพิ่งปล่อยไป 3. โอกาสที่ New Drawdown จะแตะ 17,000 ล้านบาทเป็นไปได้กี่เปอร์เซ็นต์? และเกณฑ์ใหม่ที่ให้รถบรรทุกติดอุปกรณ์ความปลอดภัยมีผลต่อการตัดสินใจออกรถใหม่ของลูกค้าหรือไม่? (44:48) - ผู้บริหารคาดการณ์ว่ายอดขายรถบรรทุกใหม่ในปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 18,000 คัน เพิ่มขึ้นจาก 16,000 คันในปีที่แล้ว และบริษัทมั่นใจว่าจะสามารถปล่อยสินเชื่อรถบรรทุกใหม่ได้ตามเป้าหมาย 17,000 ล้านบาท - การบังคับติดอุปกรณ์ความปลอดภัยไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของลูกค้ามากนัก เนื่องจากทุกคนอยู่ในสถานการณ์เดียวกันและรับทราบเรื่องนี้อยู่แล้ว 4. ช่วยอัปเดตยอดรถยึดต่อเดือน และยอดขายรถยึดต่อเดือน? (43:47) - ปัจจุบันบริษัทยึดรถได้ประมาณ 50-60 คันต่อเดือน ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับปกติที่ควรจะยึดได้ 90-100 คันต่อเดือน - ยอดขายรถยึดก็อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน คือประมาณ 40-50 คันต่อเดือน ซึ่งถือว่าน้อยมากเช่นกัน - ผู้บริหารมั่นใจว่าสต็อกรถยึดที่ตั้งสำรองไว้ยังเพียงพอ และผลขาดทุนจากการขายรถยึดกลับมาเป็นปกติแล้ว 5. แนวโน้มการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อรวม (Outstanding Portfolio) ในช่วงครึ่งปีหลังจะกลับมาเติบโตเป็นบวกเมื่อเทียบกับสิ้นปีที่แล้วได้หรือไม่? (36:34) - ผู้บริหารคาดว่าพอร์ตสินเชื่อรวมอาจจะเติบโตได้เล็กน้อยในครึ่งปีหลัง แต่ไม่มากนัก เนื่องจากยังคงความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ - บริษัทมีการใช้เงินทุนภายในองค์กรในการปล่อยสินเชื่อใหม่ ทำให้ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการกู้ยืมจากภายนอกมากนัก - ผู้บริหารยังไม่เห็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าเศรษฐกิจจะกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ทั้งจากภาครัฐและเอกชน