Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
oppday SPALI บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)

SPALI Oppday 2569 Q2

SPALI Oppday 2569 Q2 ศุภาลัย: ตลาดอสังหาฯ เริ่มฟื้นตัว หนุนผลประกอบการ Q2/2026 เติบโตโดดเด่น 1. Highlights ตลาดอสังหาริมทรัพย์เริ่มฟื้นตัว: ผู้บริหารมองว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ซบเซามา 2-3 ปี กำลังถึงจุดต่ำสุดและเริ่มฟื้นตัวขึ้น โดยยอดขายครึ่งปีแรกของปี 2026 ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลอยู่ที่ 27,000 ยูนิต ซึ่งดีกว่าปีก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด สินค้าคงคลังลดลง: ยอดขายที่เพิ่มขึ้นช่วยลดสินค้าคงคลังในตลาดลงประมาณ 10,000 ยูนิตในครึ่งปีแรก โอกาสในตลาดคอนโดมิเนียม: ตลาดคอนโดมิเนียมระดับกลาง (ราคา 70,000-90,000 บาท/ตร.ม.) มีโอกาสสูง เนื่องจากขาดอุปทานใหม่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ราคาที่ดินและต้นทุนก่อสร้าง: ราคาที่ดินอยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบหลายปี และคาดว่าจะลดลงอีก ในขณะที่ต้นทุนก่อสร้างเริ่มนิ่ง ทำให้บริษัทสามารถพัฒนาโครงการในราคาที่แข่งขันได้ ความแข็งแกร่งทางการเงิน: บริษัทมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Net Gearing) ลดลงเหลือ 57% และต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยลดลงเหลือ 1.84% การขยายธุรกิจคลังสินค้า: โครงการคลังสินค้าให้เช่าที่พนัสนิคม จังหวัดชลบุรี คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า และจะเริ่มรับรู้รายได้ 2. Hero Story กำไรสุทธิเติบโต 36% YoY: บริษัททำกำไรสุทธิในครึ่งปีแรกได้ 2,049 ล้านบาท เติบโต 36% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้รายได้จากโครงการร่วมทุนในออสเตรเลียที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่ดี 3. Outlook เป้าหมายรายได้ปี 2026: บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้รวมทั้งปีที่ 27,000 ล้านบาท โดยคาดว่าครึ่งปีหลังจะมีการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมจำนวนมาก ซึ่งจะช่วยหนุนรายได้ให้เป็นไปตามเป้าหมาย การขยายตลาดต่างจังหวัด: บริษัทมีแผนขยายการลงทุนไปยังจังหวัดที่มีศักยภาพสูง โดยปี 2026 เข้าสู่จังหวัดสุพรรณบุรี ทำให้มีโครงการใน 30 จังหวัด และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 34 จังหวัดภายในปี 2028 การปรับสมดุลพอร์ตคอนโดมิเนียม: บริษัทมีแผนเพิ่มสัดส่วนรายได้จากคอนโดมิเนียมเป็น 35-45% ของพอร์ตทั้งหมดภายในปี 2028 แผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Decarbonization Roadmap): ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 40% ภายในปี 2030 และบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 โดยมีโครงการริเริ่มต่างๆ เช่น การเปลี่ยนรถยนต์เป็น EV/Hybrid, ติดตั้ง Solar Cell, ใช้สารทำความเย็น R32 และส่งเสริมคู่ค้าให้ลด Carbon Footprint 4. ความเสี่ยง การแข่งขันด้านราคา: ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีการแข่งขันด้านราคาที่สูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ: แม้ว่าธนาคารจะยังคงให้ความเชื่อมั่นกับบริษัทรายใหญ่ แต่ผู้ประกอบการรายย่อยอาจเผชิญความยากลำบากในการเข้าถึงสินเชื่อ ซึ่งอาจส่งผลต่อภาพรวมตลาด ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ: ภาวะสงครามและปัจจัยภายนอกอื่นๆ ยังคงสร้างความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค 5. Q&A Highlights เหตุผลที่บริษัทหยุดให้ Guidance และยอดขาย Q2 สูงกว่าคาด: (3:50) ผู้บริหารชี้แจงว่าการหยุดให้ Guidance เป็นไปตามแนวปฏิบัติของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ต้องการให้ข้อมูลทางการเงินเปิดเผยพร้อมกันในวัน Earnings Call สำหรับยอดขายที่สูงกว่าคาดใน Q2 นั้น มาจากการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมที่ค้างอยู่และโครงการใหม่ที่ได้รับการตอบรับดี แนวโน้มผลประกอบการครึ่งปีหลัง: (3:41) ผู้บริหารคาดว่าครึ่งปีหลังจะมีการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมจำนวนมาก รวมถึงโครงการใหญ่อย่าง Supalai Parc Ekkamai-Pattanakarn ซึ่งจะช่วยหนุนรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้น สถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวม: (4:40) ผู้บริหารมองว่าตลาดอสังหาฯ โดยรวมได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และกำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัว โดยมีโอกาสในตลาดคอนโดมิเนียมระดับกลางที่ขาดอุปทานใหม่ และบริษัทมีศักยภาพในการคว้าโอกาสนี้ เนื่องจากมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและต้นทุนทางการเงินต่ำ ผลกระทบจากนวัตกรรม D.E.A.L. และ AI ต่อ Mortgage Rejection Rate: (3:50) ผู้บริหารระบุว่าแม้ Mortgage Rejection Rate ในตลาดโดยรวมจะสูงขึ้น แต่การนำแพลตฟอร์ม D.E.A.L. และ AI มาใช้ช่วยให้ลูกค้าของศุภาลัยมีโอกาสได้รับอนุมัติสินเชื่อเพิ่มขึ้นถึง 20% และกระบวนการอนุมัติเร็วขึ้น 40% ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากความเข้มงวดของธนาคารได้ แผนการขายหุ้นซื้อคืน (Treasury Stock): (4:17) ผู้บริหารแจ้งว่าโครงการขายหุ้นซื้อคืนจะสิ้นสุดในวันที่ 31 พฤษภาคมปีหน้า โดยจะพิจารณาขายตามภาวะตลาด และไม่มีเป้าหมายที่ต้องขายให้ได้จำนวนเท่าใดในสิ้นปีนี้ ตลาดภูเก็ต: (4:19) ตลาดภูเก็ตยังคงดีอยู่ แต่ผู้บริหารยอมรับว่ามีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากภาวะชาวต่างชาติที่ซื้อยากขึ้น และมีอุปทานคอนโดมิเนียมเปิดใหม่จำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา จึงต้องระมัดระวัง