Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
oppday MOSHI บริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

MOSHI: กำไร Q2/2569 โต 28.6% YoY ทะลุ 100 ล้านบาท รับอานิสงส์ยอดขายสาขาเดิมและสาขาใหม่แข็งแกร่ง

MOSHI: กำไร Q2/2569 โต 28.6% YoY ทะลุ 100 ล้านบาท รับอานิสงส์ยอดขายสาขาเดิมและสาขาใหม่แข็งแกร่ง --- 1. Highlights – ตัวเลขและจุดสำคัญของไตรมาส * รายได้รวม: 596.5 ล้านบาท (+21.6% YoY, +1.9% QoQ) * รายได้จากการขาย: 590.2 ล้านบาท (+21.6% YoY) * รายได้อื่น: 6.3 ล้านบาท (+21.2% YoY) * กำไรสุทธิ: 101.4 ล้านบาท (+28.6% YoY, +1.1% QoQ) * อัตรากำไรขั้นต้น (GPM): 52.8% (เทียบกับ 53.0% ใน Q2/2568 และ 53.6% ใน Q1/2569) * อัตรากำไรสุทธิ (NPM): 17.0% (เทียบกับ 16.1% ใน Q2/2568 และ 17.1% ใน Q1/2569) * Same Store Sales Growth (SSSG): +10.1% YoY * จำนวนสาขา: 130 สาขา (สิ้นสุด Q2/2569) * เปิดใหม่ 3 สาขาใน Q2/2569 * เปิดใหม่ 6 สาขาใน 1H/2569 * ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A): 216.7 ล้านบาท (+23.2% YoY) คิดเป็น 36.3% ของรายได้รวม (เทียบกับ 35.8% ใน Q2/2568) * EBITDA: 147.1 ล้านบาท (+26.6% YoY) * เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด: 1,023.7 ล้านบาท 2. Hero Story – สิ่งที่เป็น “ฮีโร่” หรือความสำเร็จที่โดดเด่นที่สุดในรอบนี้ * การเติบโตของกำไรสุทธิที่แข็งแกร่ง: กำไรสุทธิทะลุ 100 ล้านบาทเป็นครั้งแรกในไตรมาส 2 และเติบโตสูงถึง 28.6% YoY ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของยอดขายทั้งจากสาขาเดิม (SSSG +10.1%) และการขยายสาขาใหม่ รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ * การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง: การเปิดสาขาใหม่ 3 แห่งในไตรมาส 2 และรวม 6 แห่งในครึ่งปีแรก สะท้อนถึงความสามารถในการขยายธุรกิจและเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้ * การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง: แม้จะมีการขยายสาขาและยอดขายที่เพิ่มขึ้น แต่บริษัทสามารถรักษาระดับสินค้าคงคลังให้เหมาะสม โดยมี Days Inventory อยู่ที่ 124 วัน (เทียบกับ 126 วันใน Q1/2569) แสดงถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน 3. Outlook – แผนและเป้าหมายในอนาคต ทิศทางธุรกิจ * เป้าหมายการเปิดสาขาปี 2569: ยังคงเป้าหมายเปิดสาขาใหม่ 20 สาขา โดยครึ่งปีหลังจะเปิดเพิ่มอีก 14 สาขา (รวม 20 สาขาในปีนี้) * การขยายสาขาในรูปแบบใหม่: มีแผนเปิดสาขาในรูปแบบ Standalone และ Drive-thru ในปี 2570 เพื่อเพิ่มความหลากหลายและเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ * การบริหารจัดการต้นทุน: จะยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เพื่อรักษาระดับอัตรากำไร * การพัฒนาสินค้าใหม่: มีแผนพัฒนาสินค้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าที่ตอบโจทย์เทรนด์และความต้องการของลูกค้า เพื่อกระตุ้นยอดขายและรักษาความน่าสนใจของร้าน * การขยายช่องทางออนไลน์: จะยังคงให้ความสำคัญกับการเติบโตของช่องทางออนไลน์ เพื่อเสริมสร้างการเข้าถึงลูกค้าและเพิ่มยอดขาย 4. ความเสี่ยง – ความเสี่ยงที่ผู้บริหารพูดถึง หรือข้อควรระวัง * การแข่งขันในตลาด: ตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์และของใช้ในบ้านมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อความสามารถในการรักษาส่วนแบ่งตลาดและอัตรากำไร * ภาวะเศรษฐกิจ: กำลังซื้อของผู้บริโภคที่อาจได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หรือหนี้ครัวเรือนสูง อาจส่งผลต่อยอดขาย * ต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่าย: ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และค่าแรงงาน อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ * การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง: หากมีการบริหารจัดการสินค้าคงคลังไม่ดี อาจเกิดปัญหาสินค้าล้นสต็อกหรือสินค้าไม่เพียงพอต่อความต้องการ 5. Q&A Highlights – คำถามและคำตอบที่สำคัญที่สุด 3-5 ข้อ * Q: แนวโน้ม SSSG ในครึ่งปีหลังจะเป็นอย่างไร? * A: คาดว่า SSSG จะยังคงเป็นบวก แต่การเติบโตอาจจะชะลอลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก เนื่องจากฐานที่สูงขึ้นในปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมั่นใจในการเติบโตของยอดขายโดยรวมจากการขยายสาขาใหม่ * Q: แผนการเปิดสาขาใหม่ 20 สาขาในปีนี้ มีความคืบหน้าอย่างไร และมีรูปแบบสาขาที่แตกต่างกันหรือไม่? * A: ครึ่งปีแรกเปิดไปแล้ว 6 สาขา เหลืออีก 14 สาขาที่จะเปิดในครึ่งปีหลัง ส่วนใหญ่ยังคงเป็นรูปแบบสาขาในห้างสรรพสินค้าและคอมมูนิตี้มอลล์ แต่ก็มีการศึกษาความเป็นไปได้ในการเปิดสาขา Standalone และ Drive-thru ในปีหน้า * Q: อัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อยในไตรมาสนี้ มีปัจจัยอะไรบ้าง และจะรักษา GPM อย่างไร? * A: GPM ลดลงเล็กน้อยจากสัดส่วนสินค้าที่เปลี่ยนไปและโปรโมชั่นบางอย่าง แต่บริษัทยังคงพยายามรักษา GPM โดยการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ การเจรจากับซัพพลายเออร์ และการปรับกลยุทธ์การตั้งราคาให้เหมาะสม * Q: การเติบโตของค่าใช้จ่าย SG&A ที่สูงขึ้น มีสาเหตุมาจากอะไร และจะควบคุมอย่างไร? * A: SG&A เพิ่มขึ้นตามการขยายสาขาและยอดขายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายบุคลากรและค่าเช่า อย่างไรก็ตาม บริษัทพยายามควบคุมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ให้มีประสิทธิภาพ และคาดว่า SG&A to Sales จะอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้