2026-08-19T07:54:39+00:00 oppday MAGURO บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) MAGURO Oppday 2569 Q2 MAGURO Oppday 2569 Q2 MAGURO: ไตรมาส 2/2569 เติบโตแข็งแกร่งด้วยกลยุทธ์ขยายสาขาและสร้างแพลตฟอร์ม 1. Highlights การกระจายความเสี่ยงและสร้างโอกาส: บริษัทมี 14 แบรนด์ และ 61 สาขา (ณ ส.ค. 2569) โดยมี 2 แบรนด์ใหม่ที่เตรียมเปิดคือ "หลาย" (อาหารอีสานและไทยแบบ Comfort Food) และ "Age.3" (แซนด์วิชทอดชื่อดังจาก Ginza ญี่ปุ่น) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการกระจายความเสี่ยงและสร้างโอกาสในตลาดอาหารที่หลากหลาย การขยายสาขาเชิงกลยุทธ์: การขยายสาขาเน้นไปที่ช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 โดยมีแผนเปิด 9 สาขาในไตรมาส 3 และ 7 สาขาในไตรมาส 4 ซึ่งจะส่งผลให้รับรู้รายได้เต็มปีในปีถัดไป นวัตกรรมและกลยุทธ์เพิ่มยอดขายสาขาเดิม: บริษัทเน้นนวัตกรรมเมนูใหม่, ขยายตัวเลือกเครื่องดื่ม, และจัดโปรโมชั่นที่หลากหลาย (เช่น ซูชิ 2 คำ 99 บาท) เพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่และเพิ่มความถี่ในการกลับมาใช้บริการ การพัฒนา Food Culture Platform: MAGURO ไม่ได้มองแค่การสร้างร้านอาหาร แต่เป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) สำหรับการเติบโตในระยะยาว ซึ่งประกอบด้วย People Platform (Leadership & Academy), Brand Platform (Business Development & R&D), Operating Platform (Technology & Operational Systems), และ Food Culture Platform (Portfolio Management, Innovation & R&D, Global Brand Collaboration, Operational Systems & Standards) การเติบโตของสมาชิก: จำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้น 56% (จาก 44% ที่ไม่ใช่สมาชิก) และสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้น 4% ลูกค้าที่มาใช้บริการมากกว่า 2 ครั้งต่อไตรมาสเพิ่มขึ้น 53% แสดงถึงความสำเร็จในการสร้างฐานลูกค้าที่ภักดี ความมุ่งมั่นด้าน ESG: บริษัทมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เช่น Green Restaurant Progress, Sustainable Packaging, การติดตั้ง Solar Rooftop ที่ The Flavorhood, Circular Design, การสนับสนุนโอกาสการจ้างงานสำหรับผู้พิการ, โครงการ Meal-sharing, และการเสริมสร้างความโปร่งใสในการกำกับดูแลกิจการ (CAC) 2. Hero Story "Kaiten Sushi Ginza Onodera" เป็นฮีโร่ของไตรมาสนี้ เนื่องจากเป็นการร่วมทุนกับแบรนด์ซูชิสายพานระดับพรีเมียมจาก Ginza, Tokyo ซึ่งได้รับผลตอบรับดีเกินคาดตั้งแต่เปิดตัว โดยมีการจองเต็มล่วงหน้าไปถึงเดือนกันยายนและตุลาคม และมีลูกค้าหนาแน่นตั้งแต่ช่วงแรกของการเปิดให้บริการ แสดงถึงศักยภาพในการสร้าง Segment ใหม่ในตลาดซูชิพรีเมียมของไทย 3. Outlook เป้าหมายรายได้ปี 2569: ตั้งเป้าเติบโต 30% และทำได้แล้ว 32% ณ เดือนมิถุนายน 2569 การขยายสาขา: มีแผนขยายสาขา 21 แห่งในปี 2569 โดยเน้นการเปิดสาขาในไตรมาส 3 และ 4 ซึ่งจะส่งผลให้รับรู้รายได้เต็มปีในปี 2570 การเติบโตของกำไร: คาดว่ากำไรจะเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากสาขาใหม่ที่เปิดในช่วงครึ่งปีหลัง การบริหารจัดการ: บริษัทจะยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนวัตถุดิบ, การจัดซื้อ, การปรับเมนูและโปรโมชั่น, การควบคุมการใช้วัตถุดิบในแต่ละสาขา เพื่อรักษาระดับ Gross Profit Margin ให้เหมาะสม การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน: บริษัทจะลงทุนในระบบและบุคลากรเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว โดยเฉพาะใน Food Culture Platform ซึ่งจะช่วยสร้างแบรนด์ใหม่ๆ และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน 4. ความเสี่ยง ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ: ราคาวัตถุดิบอาหารบางรายการปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ Gross Profit Margin ค่าใช้จ่ายในการขยายสาขา: การเปิดสาขาใหม่ โดยเฉพาะแบรนด์ใหม่ อาจมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในช่วงเริ่มต้นสูงกว่าปกติ เช่น ค่าบุคลากร ค่าเช่า ค่าสาธารณูปโภค และค่าเสื่อมราคา การแข่งขันในตลาด: แม้แบรนด์ใหม่จะสร้าง Segment ใหม่ แต่การแข่งขันในตลาดอาหารยังคงสูง การพึ่งพิงแบรนด์หลัก: ในอดีต รายได้หลักของบริษัทพึ่งพิงแบรนด์ Maguro เป็นส่วนใหญ่ แม้ปัจจุบันจะมีการกระจายแบรนด์มากขึ้น แต่ยังต้องติดตามสัดส่วนรายได้จากแบรนด์ต่างๆ ความสำเร็จของแบรนด์ต่างประเทศในไทย: การนำแบรนด์ต่างประเทศเข้ามาในไทยไม่ได้รับประกันความสำเร็จเสมอไป ต้องมีการปรับตัวและทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคไทย ความท้าทายในการบริหารแบรนด์ที่หลากหลาย: การมีหลายแบรนด์อาจเพิ่มความซับซ้อนในการบริหารจัดการ หากไม่บริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ อาจทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ 5. Q&A Highlights Onodera: การลงทุนและผลตอบรับ (32:30) * คำถาม: งบลงทุนต่อสาขาของ Onodera ประมาณเท่าไหร่ และ Spending per head ประมาณเท่าไหร่? * คำตอบ: การลงทุนต่อสาขาของ Onodera สูงกว่าร้าน Maguro ทั่วไปประมาณ 2-3 เท่า (เนื่องจากเป็นร้านขนาดใหญ่และเป็น Flagship) Spending per head ในช่วงเปิดตัวอยู่ที่ประมาณ 1,300-1,500 บาทต่อคน ซึ่งสอดคล้องกับ Positioning ของแบรนด์ คาดว่าเมื่อเข้าสู่ภาวะปกติจะอยู่ที่ประมาณ 1.2 ล้านบาทต่อสาขาต่อเดือน โปรโมชั่น Salmon 99 บาท (38:47) * คำถาม: โปรโมชั่น Salmon 99 บาท กระทบ GPM มากน้อยแค่ไหน และแนวโน้ม GPM ใน Q3 จะเป็นอย่างไร? * คำตอบ: โปรโมชั่น Salmon 99 บาท จัดขึ้นในช่วงที่ราคาแซลมอนไม่สูงมาก และจัดในระยะเวลาสั้นๆ (ประมาณ 10-15 วัน) เพื่อสร้าง Traffic และดึงดูดลูกค้าใหม่เป็นหลัก ไม่ได้กระทบ GPM โดยรวมของบริษัทมากนัก แต่หากมองเฉพาะแบรนด์ Maguro อาจมีการลดลงเล็กน้อยประมาณ 0.5% สำหรับ Q3 คาดว่า GPM จะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับ Q2 การบริหารจัดการหลายแบรนด์และโอกาส M&A (41:26) * คำถาม: การมี 14 แบรนด์ 61 สาขา แต่ละสาขาดูมีจำนวนไม่มากนัก จะสเกลได้น้อยเกินไปหรือไม่ และมีแผน M&A หรือไม่? * คำตอบ: การมีหลายแบรนด์เป็นการตอบโจทย์กลยุทธ์ของบริษัทในการเข้าถึงลูกค้าหลายกลุ่มและกระจายความเสี่ยง โดยใช้ระบบหลังบ้านร่วมกันเพื่อลดต้นทุนและความซับซ้อน (เช่น Supply Chain, บัญชี, HR, เทคโนโลยี) สำหรับแบรนด์ที่มีศักยภาพสูง (เช่น Maguro, Hitori Shabu) จะมีการขยายสาขาจำนวนมาก (3-4 สาขาต่อปี) ส่วนแบรนด์ Specialty อื่นๆ อาจขยาย 5-10 สาขาต่อปี การตัดสินใจขยายสาขาจะพิจารณาจากผลการประเมินที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถทำกำไรได้จริงและยั่งยืน * M&A: บริษัทสนใจ M&A มาโดยตลอด โดยจะพิจารณาธุรกิจที่เติมเต็มสิ่งที่บริษัทยังไม่มี (เช่น ประเภทอาหาร, กลุ่มลูกค้า, ตลาดใหม่, เทคโนโลยี) และต้องมีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง มีคุณภาพกำไร กระแสเงินสด และความสามารถในการแข่งขันระยะยาวที่ดี หากไม่เจอ Asset ที่เหมาะสมก็จะไม่ตัดสินใจลงทุน เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้น